ใครๆก็แก้กฎหมายได้(คุณก็ด้วย)
Bookmark and Share

วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2552

กทม.ทุ่ม 70 ล.จัด "อาสาพิทักษ์เมือง" ดูแลคนกรุง

 
กทม.ทุ่ม 70 ล.จัด “อาสาพิทักษ์เมือง” ดูแลคนกรุง
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 12 ตุลาคม 2552 15:24 น.
       กทม.ทุ่มงบ 70 ล้านบาท ดูแลประชาชนผ่านอาสาสมัครพิทักษ์เมือง พร้อมเตรียมใช้คลื่นวิทยุเครือข่ายช่วยตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ อาสา เผย ปีหน้าเห็นได้เห็นผลงาน เล็งตั้งวันพิทักษ์คนเมืองเชิดชูผู้มีจิตอาสา
       
       พล.ต.อ.สวัสดิ์ จำปาศรี ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการอาสาสมัครพิทักษ์คนเมือง เพื่อสร้างเครือข่ายประชาชนในด้านการแจ้งข้อมูลข่าวสาร และช่วยเป็นหูเป็นตาเจ้าหน้าที่ในด้านความปลอดภัยให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ ในพื้นที่ กทม.ว่า
        
       ขณะนี้การดำเนินงานอยู่ระหว่างการตั้งเรื่องของบประมาณเพื่อมาดำเนิน การ เบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบประมาณ 70 ล้านบาท เนื่องจากต้องมีการจัดอบรมให้กับอาสาสมัครเบื้องต้น 150,000 คน และจัดซื้ออุปกรณ์ติดต่อสื่อสารให้กับกลุ่มเครือข่ายอาสา เพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสาร หรือแจ้งเหตุไปยังศูนย์อัมรินทร์ ของ กทม.ได้โดยตรง ซึ่งในการจัดอบรมนั้น กทม.จะเป็นการอบรมตัวแทนของกลุ่มเป้าหมาย อาทิ เครือข่ายแท็กซี่ เครือข่ายจักรยานยนต์รับจ้าง ชมรมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ อาทิ ตำรวจมาแนะนำวิธีสังเกตคนร้าย หรือผู้ต้องสงสัย แพทย์ หรือพยาบาล แนะนำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ
        
       ซึ่งผู้ที่ร่วมเป็นอาสาสมัคร และผ่านการอบรมจะได้รับสวัสดิการต่างๆ อาทิ บัตรรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลสังกัด กทม.ฟรี มีประกันชีวิต เป็นต้น ซึ่งการอบรมนั้นตั้งเป้าว่าจะเป็นเดือนละ 2 ครั้ง เบื้องต้นคาดว่าหลังจากเริ่มอบรมแล้ว จะเห็นผลการดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรมภายในกลางปี 2553
       
       พล.ต.อ .สวัสดิ์ กล่าวอีกว่า โครงการดังกล่าวยังมีระบบตรวจสอบการทำงานทางสังคมด้วย คือ ได้มีวิทยุเครือข่ายเข้าร่วมโครงการดังกล่าว อาทิ สวพ.91, จ.ส.100, วิทยุร่วมด้วยช่วยกัน ซึ่งจะมีการรายงานการแจ้งเหตุต่างๆ ให้กับประชาชนทราบ พร้อมประสานขอความช่วยเหลือไปยังเจ้าหน้าที่ ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ไม่เร่งดำเนินการ สังคมก็จะสงสัยว่าเหตุใดไม่ปฏิบัติหน้าที่และจะเกิดการตรวจสอบการทำงานต่อไป ทั้งนี้ ตนคาดว่า หาก กทม.สามารถมีเครือข่ายดูแลคนกรุงเทพฯที่เข้มแข็งแล้วจะเสนอให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.จัดวันพิทักษ์คนเมือง เพื่อเชิดชูผู้ที่มีจิตอาสาและรณรงค์ให้ประชาชนเข้าร่วมเป็นเครือข่ายมาก ขึ้น
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000120852

--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
blog
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
blog
http://www.thaifreedompress.blogspot.com/
http://sunblog1951.blogspot.com/ sunday
http://blogpwd.blogspot.com/ pwd9
http://ktblog1951.blogspot.com/ pwday
http://newsblog9.blogspot.com/ news
http://bloghealth99.blogspot.com/ health
http://labour9.blogspot.com/ labour
http://www.media4democracy.com/th/
http://www.youngtelecom.org/
http://www.logex.kmutt.ac.th/
http://www.mict4u.net/thai/
http://www.chula.ac.th/visitors/thai/calendar.htm
http://www.agkmstou.com/2008/index.php
http://www.baanjomyut.com/library/lotus/index.html
http://www.asianbarometer.org/newenglish/introduction/default.htm

วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2552

บิ๊ก คค.จัดแถวโต้ข่าวไอ้โม่งงาบหัวคิว 25% ท้าบิ๊ก ส.อ.ท.โชว์ใบเสร็จ

บิ๊ก คค.จัดแถวโต้ข่าวไอ้โม่งงาบหัวคิว 25% ท้าบิ๊ก ส.อ.ท.โชว์ใบเสร็จ
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 ตุลาคม 2552 16:43 น.
ผู้บริหารกระทรวงคมนาคม พร้อมใจจัดแถวหน้ากระดาน โต้ข่าวไอ้โม่งเก็บเงินใต้โต๊ะโครงการไทยเข้มแข็ง 20-25% ยันเป็นไปไม่ได้ พร้อมฝากท้าประธาน ส.อ.ท.ให้ข่าวต้องโชว์ใบเสร็จด้วย ไม่ใช่อ้างขึ้นมาลอยๆ แล้วแอบเอาข้อมูลไปฟ้องนายกฯ
    

   
       นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รายงานต่อนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน ว่า โครงการไทยเข้มแข็งมีการเรียกเก็บเงินใต้โต๊ะในโครงการก่อสร้างต่างๆ ที่ได้รับงบประมาณจากในโครงการของโครงการไทยเข้มแข็งกว่าร้อยละ 20-25 โดยระบุว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดการเรียกเก็บเงินใต้โต๊ะจากเอกชน หรือหากมีจริง เอกชนที่รายงานต่อนายกรัฐมนตรีก็ต้องมีหลักฐานมาแสดง
       
       ทั้งนี้ โครงการที่กระทรวงคมนาคมรับผิดชอบโดยเฉพาะในส่วนของกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท นั้น ส่วนใหญ่เป็นโครงการก่อสร้างรวมแล้วกว่า 2,000 โครงการ รวมเป็นเงิน 45,000 ล้านบาท ทำให้โครงการกระจายไปผู้รับเหมาหลายเจ้า และหากมีหลักฐานก็ให้นำมาแสดง เพราะไม่อยากให้พูดอ้างขึ้นมาลอยๆ เพราะทำให้หลายคนเสียหาย
       
       นายวิชาญ คุณากูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับโครงการถนนไร้ฝุ่น เพราะเป็นโครงการขนาดเล็ก ทำให้วงเงินก่อสร้างแต่ละโครงการไม่มากอยู่ที่ 20-30 ล้านบาท และกำไรแต่ละโครงการก็ไม่มาก คือ โครงการที่ไม่เกิน 20 ล้านบาท จะอยู่ที่ร้อยละ 12.5 เกิน 100 ล้านบาท จะอยู่ที่ร้อยละ 9 เท่านั้น และอยากให้ผู้ที่ออกมารายงานนายกรัฐมนตรีแสดงหลักฐานและจะสั่งให้มีการตรวจ สอบข้อเท็จจริงต่อไป
       
       สำหรับการปฏิบัติตามแผนปฎิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 เช่น โครงการถนนไร้ฝุ่น ระยะแรกที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็งเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2552 ที่ผ่านมา ซึ่งบรรจุโครงการถนนไร้ฝุ่นของกรมทางหลวงชนบทไว้ในแผนปฏิบัติการกำหนดเวลา ปฏิบัติงาน 3 ปี ตั้งแต่ปี 2553 – 2555 ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 โดยในวันที่ 17 ตุลาคม 2552 นี้ จะเซ็นสัญญาครบทุกสัญญา ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบว่ามีปัญหาการทุจริตเกิดขึ้นกับโครงการดังกล่าว โดยยืนยันว่าจะป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตอย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ตาม
       
       “ยอมรับว่า ขณะนี้มีความเป็นห่วง เนื่องจากพบว่ามีผู้รับเหมาจำนวนมากที่ยื่นซองเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางกว่า ร้อยละ 20-30 ซึ่งวิตกว่าผู้รับเหมาจะประสบปัญหาการขาดทุน และไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้และโครงการอาจไม่แล้วเสร็จ สุดท้ายกรมก็ต้องเข้าไปดำเนินการก่อสร้างต่อ ทำให้ต้องเสียงบประมาณและประชาชนเสียโอกาสใช้ถนนที่มีคุณภาพ”
       
       นอกจากนี้ นายวิชาญ ยังกล่าวในงานวันคล้ายวันก่อตั้งกรมทางหลวงชนบท ครบรอบ 7 ปี โดยระบุว่า กรมจะเร่งยกระดับมาตรฐานทางหลวงชนบทสานต่อนโยบายของรัฐในการสร้างความเข้ม แข็งทุกท้องถิ่น โดยการก่อสร้างโครงข่ายทางเชื่อมระหว่างชนบทกับเมือง สร้างเส้นทางเลี่ยง-ลัด สร้างถนนตามแนวผังเมือง เพื่อช่วยบรรเทาจราจรในเขตเมือง สร้างเส้นทางเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการคมนาคมขนส่ง อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
       
       ด้าน นายวีระ เรืองสุขศรีวงศ์ อธิบดีกรมทางหลวง ยืนยันว่า โครงการก่อสร้างที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมทางหลวงทั้งหมดดำเนินการตาม ระเบียบพัสดุมีขั้นตอนการตรวจสอบทุกขั้นตอน การประกวดราคาใช้วิธีการประกวดราคาแบบอิเล็คทรอนิกส์ มั่นใจว่า ไม่มีการเรียกเก็บผลประโยชน์หรือเงินใต้โต๊ะ แน่นอน
       
       โดยโครงการที่อยู่ภายใต้งบประมาณไทยเข้มแข็งมีวงเงินประมาณ 12,000 ล้านบาท จำนวน 700 โครงการ แต่ละโครงการวงเงินรวมประมาณ 20-30 ล้านบาทเท่านั้น หากมีการจ่ายเงินใต้โต๊ะเชื่อว่าผู้รับเหมาจะอยู่ไม่ได้ เพราะขาดทุน ดังนั้น เรื่องการแย่งงานและตัดราคาแข่งกันนั้น เป็นไปได้ยาก เพราะเอกชนต้องคำนึงถึงผลกำไรและความอยู่รอดของบริษัทตนเองด้วย
 

เตรียมเปิดเว็บไซต์รับเรื่องทุจริตในกทม.

เตรียมเปิดเว็บไซต์รับเรื่องทุจริตในกทม.
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 ตุลาคม 2552 08:30 น.
       กรรมการ สืบสวนฯ กทม. เตรียมเปิดเว็บไซต์รับเรื่องร้องเรียนทุจริตในกทม. “ธีระชน” เผยแม้ยอมระบุชื่อแต่มีหลักฐานชัดเจนพร้อมตรวจสอบให้ทันที
       
       นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนการทุจริตและประพฤติมิชอบในการบริหาร ราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯเตรียม ที่จะเปิดตัวเว็บไซต์เพื่อรับเรื่องร้องเรียน หรือแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการทุจริตประพฤติมิชอบจากข้าราชการ ลูกจ้างกทม. รวมถึงประชาชนทั่วไปที่พบเห็น เพื่อที่จะใช้เป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสาร หรือแจ้งเบาะแสมายังกรรมการเพื่อให้ตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้ทางนายธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์ ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม. และโฆษกกทม. รับเป็นผู้ดำเนินการดังกล่าวพร้อมกับสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล กทม. ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวเว็บไซต์ได้เร็วๆ นี้
       
       นายธีระชน กล่าวด้วยว่า ใน การทำงานสืบสวนขณะนี้หากผู้ที่ร้องเรียนได้แจ้งเรื่องโดยมีหลักฐานชัดเจน แม้ไม่ได้ระบุถึงชื่อบุคคลที่ร้องเรียน ทางกรรมการสืบสวนฯ พร้อมจะดำเนินการตรวจสอบให้ทันที ส่วนข้าราชการ หรือลูกจ้างกทม. ก็เช่นเดียวกันหากแจ้งเบาะแสที่เป็นประโยชน์ ทางกรรมการสืบสวนฯ พร้อมที่จะปกป้อง อาทิ การไม่เปิดเผยชื่อ นอกจากนั้นแล้วหากข้าราชการ ลูกจ้างกทม. ต้องการแจ้งเบาะแสสามารถแจ้งได้ที่ตนหรือนายเจริญรัตน์ ชูติกาญจน์ หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพ (ก.ก.) เลขาคณะกรรมการสืบสวนฯ ก็ได้
http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9520000120011

--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
blog
http://www.thaifreedompress.blogspot.com/
http://sunblog1951.blogspot.com/ sunday
http://blogpwd.blogspot.com/ pwd9
http://ktblog1951.blogspot.com/ pwday
http://newsblog9.blogspot.com/ news
http://bloghealth99.blogspot.com/ health
http://labour9.blogspot.com/ labour
http://www.ksmecare.com/docSeminar/520902031848987.pdf
http://www-01.ibm.com/software/th/events/lotusliveevent/
http://www.mict4u.net/thai/
http://www.chula.ac.th/visitors/thai/calendar.htm
http://www.agkmstou.com/2008/index.php
http://www.baanjomyut.com/library/lotus/index.html
http://www.asianbarometer.org/newenglish/introduction/default.htm

วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เข้าร่วมเครือข่ายของSun News บน Windows Live

เข้าร่วมกับเครือข่ายของ Sun News บน Windows Live
 
ดูคำเชิญ
ดูแฟ้มประวัติ
หากยอมรับคำเชิญนี้ คุณจะปรากฏอยู่บนแฟ้มประวัติออนไลน์ของแต่ละฝ่าย และสามารถสนทนากันได้โดยใช้ Windows Live Messenger
เปลี่ยนแปลงผู้ที่สามารถส่งคำเชิญและการร้องขอมาถึงคุณ
Microsoft เคารพสิทธิส่วนบุคคลของคุณ หากต้องการเรียนรู้ข้อมูลเพิ่มเติม อ่านคำชี้แจงสิทธิส่วนบุคคลของเรา Windows Live

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ผงะร่างงบฯ ม.นอกระบบ "การเมือง" ซึมรอเขมือบ

 
 ผงะร่างงบฯ ม.นอกระบบ "การเมือง" ซึมรอเขมือบ

ข่าววันที่ 5 ตุลาคม 2552 แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ

 

** ผงะร่างงบฯม.นอกระบบ  การเมืองซึมรอเขมือบ

 

                ที่สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวบรรยายพิเศษเรื่อง นโยบายของรัฐในการสนับสนุนและส่งเสริม มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ตอนหนึ่งเกี่ยวกับร่างระเบียบ ว่าด้วยระบบประเมินผล และการจัดสรรงบประมาณ ของสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ ว่า ขณะนี้มีข้อห่วงใย คือเรื่องที่มาและองค์ประกอบของคณะกรรมการประเมินผลและจัดสรรงบฯ จำนวน 9 คน เป็นกรรมการ โดยตำแหน่ง 3 คน ได้แก่ ผอ.สำนักงบฯ, เลขาธิการ กกอ. และเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ส่วน อีก 6 คน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งแต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีที่ดูแล สกอ.ซึ่งตนได้เห็นร่างฯ แล้วรู้สึกตกใจ เพราะอำนาจการแต่งตั้งเป็นของฝ่ายการเมือง จะทำให้คณะกรรมการนี้ ควบคุมมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ แบบกระดิกตัวไม่ได้

                ผม มาจากฝ่ายการเมืองแท้ๆ เห็นร่างนี้ให้อำนาจนายกฯ หรือรัฐมนตรีที่ดูแล สกอ.แล้วยังตกใจ เพราะสามารถชี้เป็นชี้ตายมหาวิทยาลัยได้ พอผมทราบเรื่องก็หารือกับนายกฯทันที นายกฯ ก็ตกใจเช่นกันและสั่งชะลอการนำร่างฯ นี้เข้าที่ประชุม ครม. และรับฟังความเห็นจากมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐก่อน ซึ่งผมอยากขอให้เร่งให้ความเห็นภายใน 1 สัปดาห์ เพราะคาดว่าร่างฯ นี้จะเข้า ครม.อีกครั้งกลางเดือน ต.ค.นี้รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

http://www.siamrath.co.th/uifont/NewsDetail.aspx?cid=56&nid=47783

--
ขอเชิญอ่าน  blog.Thank you so much.
chan
http://integration9.blogspot.com/ integration
http://sundara21.blogspot.com/      sandara
http://same111.blogspot.com/        culture
http://sea-canoe.blogspot.com/      seacanoe

ระหว่างวันที่ 6- 11 ตุลาคม 2552 นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา พร้อมคณะฯ เดินทางไปเยือนและศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น

ระหว่างวันที่ 6- 11 ตุลาคม 2552 นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา พร้อมคณะฯ เดินทางไปเยือนและศึกษาดูงาน ณ ประเทศญี่ปุ่น

--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
chun
http://tham-manamai.blogspot.com /sundara        
http://dbd-52hi5com.blogspot.com/ dbd_52
http://thammanamai.blogspot.com/ อายุวัฒนา
http://sunsangfun.blogspot.com/ suntu
http://originality9.blogspot.com/ originality
http://wisdom1951.blogspot.com/ wisdom

วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2552

สน.งบฯจี้สอบครุภัณฑ์พบล็อคชัด พท.จี้ลากไส้"ต.-ม."โกง สธ.อ้างวัสดุขึ้นราคา พบ 2 สสจ.ซื้อ"ยูวี-แฟน"แล้ว


วันที่ 02 ตุลาคม พ.ศ. 2552 เวลา 08:33:46 น.  มติชนออนไลน์

สน.งบฯจี้สอบครุภัณฑ์พบล็อคชัด พท.จี้ลากไส้"ต.-ม."โกง สธ.อ้างวัสดุขึ้นราคา พบ 2 สสจ.ซื้อ"ยูวี-แฟน"แล้ว

สำนัก งบฯจี้สอบครุภัณฑ์3ชนิด พบล็อคชัด "เพื่อไทย"จี้รมว.สธ.ลากไส้"ต.-ม."ทุจริต แฉข่มขู่แพทย์จว.ไม่ทำตามใบสั่ง ระวังมีอันเป็นไป "วิทยา"ยันจัดซื้อครุภัณฑ์ตามระเบียบ ปัดคนใกล้ชิดไปพบบริษัทรถพยาบาลตรวจสอบพบ2 สสจ.จัดซื้อแล้ว "ยูวี-แฟน"


เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 1 ตุลาคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี พ.อ.อภิวันท์  วิริยะชัย ทำหน้าที่ประธานการประชุมทั้งนี้นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ได้ตั้งกระทู้ถามสดนายวิทยา  แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กรณีการจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ จากเงินงบประมาณโครงการไทยเข้มแข็ง วงเงิน 60,000 กว่าล้าน โดยนพ.ชลน่าน ถามถึงนโยบายการปฎิบัติงานในโครงการไทยเข้มแข็ง ของกระทรวงสาธารณสุข การกำหนดการจัดซื้อจัดจ้าง การกำหนดราคากลางที่พบว่ามีการกำหนดสูงกว่าราคาท้องตลาดถึง 30-40 เปอร์เซ็นต์  รวมถึงพฤติกรรมของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่เป็นตัวกลางในการแอบอิงแสวงหาผล ประโยชน์จากโครงการ โดยมีคำพูดว่า "ถ้าพื้นที่ไม่กำหนดคุณสมบัติของรายการครุภัณฑ์ที่กำหนดสเปก หรือกำหนดราคากลางตามส่วนกลางกำหนดมา ระวังมีอันเป็นไป" ซึ่งเป็นการข่มขู่ แพทย์ที่อยู่ในระดับจังหวัดในการทำหน้าที่กำหนดรายการครุภัณฑ์


นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เหตุการณ์ทั้งหลายสามารถทำอย่างอุกฉกรรจ์ และเหิมเกริม ซึ่งตนเชื่อว่า ข้าราชการทั่วไปทำไม่ได้ แต่เป็นผู้มีอำนาจระดับสูงในกระทรวงอย่างแน่นอน ดังนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะดำเนินการอย่างไรในเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างชัดเจนและมีการเปิดเผยถึงชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง อักษรย่อ "ต." และ "ม." ฉะนั้นขอให้รัฐมนตรีช่วยลากไส้คนเหล่านี้ออกมาด้วย รวมถึงกรณีการทุจริตยา 1,400 ล้านบาท ที่หายเงียบไปด้วย


"หากโครงการดังกล่าว มีการจัดซื้ออย่างโปร่งใส จะช่วยประหยัดงบประมาณไปได้ถึง 20,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ขอถามไปยังรัฐมนตรีด้วยว่า มีแผนเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์อย่างไร หลังจากที่เดินหน้าโครงการยกระดับสถานีอนามัยไปแล้ว เพราะไม่เช่นนั้น หากมีเพียงป้ายโรงพยาบาลตำบล โดยที่ไม่มีแพทย์และพยาบาล ป้ายอาจถูกเผาได้"นพ.ชลน่านกล่าว


ด้านนายวิทยา ชี้แจงว่า ข่าวการทุจริตและราคากลางที่จัดซื้อแพงเกินจริงนั้น ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบแล้ว ซึ่งตนมีความเป็นห่วงในประเด็นนี้เช่นกัน และพร้อมที่จะร่วมมือกับหมอที่รักความเป็นธรรมทั้งหมดเพื่อสร้างให้กระทรวง สาธารณสุขสะอาด ทั้งนี้ สำหรับแผนการเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์นั้น มีแผนเพิ่มแพทย์จำนวน 2,500 คน พยาบาล 4,000คน และผู้ช่วยพยาบาล 5,000 คน ซึ่งเป็นแผนในเวลา 3 ปี โดยต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 6 ปี ถึงจะได้บุคลากรทางการเมืองในอัตราดังกล่าว ส่วนโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบลนั้น กระทรวงทราบดีว่า ไม่สามารถส่งหมอไปประจำอยู่ได้ แต่จะใช้ระบบความทันสมัยของเทคโนโลยีการสื่อสารมาช่วยดำเนินการได้ โดยประชาชนที่เข้ารับการรักษาที่หน่วยแพทย์ประจำตำบล สามารถคุยสอบถามกับแพทย์ประจำอำเภอผ่านระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ได้

 

 

 

ก่อนหน้านี้ ที่รัฐสภา  เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม  คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร มี นพ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ เป็นประธาน พิจารณากรณีความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างของ สธ.ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 (SP2) มีนายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัด สธ. และ นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบท เข้าชี้แจง ใช้เวลา 4.30 ชั่วโมง  

 

นพ.เกรียงศักดิ์กล่าวยืนยันว่า โครงการจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจ เครื่องตรวจสารชีวะเคมีในร่างกาย เครื่องรมยาสลบ และเครื่องทำลายเชื้อโรคด้วยระบบอัลตราไวโอเลต (ยูวี-แฟน) มีราคาสูงเกินจริงและล็อคสเปคทั้งหมด ทราบมาอีกว่าเมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา นักการเมืองคนสำคัญชื่อย่ออักษร  "ม" และ "ต" นัดเจรจากับผู้ประกอบกิจการรถยนต์รายใหญ่ 2 รายที่เคยขัดแย้งกันมาก่อน ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในห้างเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เพื่อให้เอกชนยอมฮั้วกันผ่านวิธีการแบ่งกลุ่มรับงาน แต่ที่ผ่านมาโครงการนี้มีคนบาดเจ็บมามาก มีคนได้มีคนเสีย เจ้าของกิจการ 2 รายตกลงกันไม่ได้ ถือเป็นโชคของประเทศ จากนั้นทั้งสองฝ่ายมาเล่าข้อมูลให้ฟัง ยืนยันว่าที่พูดเป็นความจริง

 

เสาธงต้นละ 5 แสน-คาดสูญหมื่นล.


นพ.เกรียงศักดิ์กล่าวอีกว่า มีหลักฐานใบเสร็จชัด เช่น เรื่องการก่อสร้างโรงพยาบาล เช่น ปี 2551 รพ.ภูกระดึงทำหอพักพยาบาล 24 ห้อง ราคากลาง 6.8 ล้านบาท ประมูลได้ 6.5 ล้านบาท แต่ราคากลางตามเอสพี 2 อยู่ที่ 9.5 ล้านบาท ส่วนการจัดซื้อเสาธงให้ รพ.ทั่วประเทศ ความสูง 20 เมตร ราคากลางเอสพี 2 ต้นละ 495,000 บาท ทั้งที่ราคาจริงไม่น่าจะอยู่แค่ 20,000 บาท จากการตรวจสอบราคาสินค้าก่อสร้างครุภัณฑ์ชนิดอื่นๆ น่าจะเพิ่มสูงขึ้นเกินความเป็นจริงไม่ต่ำ 30% คิดเป็นเงินกว่าหมื่นล้านบาท


"ผมเชื่อว่ามีคนบงการอยู่เบื้องหลัง จนทำให้บริษัทเหล่านี้ย่ามใจกล้าข่มขู่โรงพยาบาลที่จัดซื้อ สิ่งที่เกิดขึ้นน่าจะมีปัญหาว่าเงินจะเข้ากระเป๋าใคร โดยเฉพาะเครื่องตรวจสารชีวะเคมีในเลือดเงิน น่าจะเข้ากระเป๋าใครบางคนเกือบ 100% เพราะบริษัทต้องลงทุนฟรีเพื่อจะขายน้ำยาอยู่แล้ว" นพ.เกรียงศักดิ์กล่าว


นพ.เกรียงศักดิ์กล่าวว่า สำหรับเครื่องช่วยหายใจและเครื่องรมยาสลบมีราคากลางที่สูงเกินความจริงและ สเปคที่สูงเกินไป ไม่ตรงกับที่พื้นที่ร้องขอ มีการจัดสรรเครื่องมือที่ราคา 1.5 ล้านบาทเท่ากันหมดโดยไปเพิ่มออพชั่นบางอย่างที่ไม่มีความจำเป็น และกำหนดสเปคเพื่อให้เข้ากับบริษัทผู้จำหน่ายบางแห่ง เช่น รพ.ใน จ.สกลนคร เสนอขอในราคา 7.5 แสนบาท 6 เครื่อง แต่กลับจัดสรรให้เพียง 3 เครื่องในราคา 1.5 ล้านบาท ทำให้ขาดโอกาสในการได้เครื่องมือที่ตรงกับความต้องการของพื้นที่ และความจริงแล้วราคาน่าจะไม่เกิน 1.2 ล้านบาท เรื่องเครื่องมือทางการแพทย์กำลังมีผู้ไม่หวังดีพยายามดูดเงินภาษีประเทศ ชาติอาจไม่น้อยกว่าหมื่นล้านบาทเช่นกัน ทั้ง 3 กรณีคือเชิงนโยบาย การเพิ่มราคากลางและเพิ่มราคาเครื่องมือแพทย์น่าจะทบทวนและปรับปรุงได้ไม่ น้อยกว่า 3 หมื่นล้านบาท

 

สธ.อ้างแพงเพราะวัสดุขึ้นราคา


นายวิทยาชี้แจงว่า คนที่ให้ข่าวบางคนมีข้อมูลไม่ครบ บางคนไม่ใช่แพทย์แต่ออกมาพูด ทำให้เกิดความปั่นป่วน ยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดคนที่ทุจริตต้องติดคุก แต่คนที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเองด้วย


ด้าน นพ.คำรณ ไชยศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารโครงการไทยเข้มแข็ง 2555 สธ. กล่าวว่า สาเหตุที่ราคากลางของครุภัณฑ์บางอย่างที่ส่วนกลางตั้งไปมีราคาสูงผิดปกติ เนื่องมาจากการประเมินราคาก่อนหน้านี้ในที่ราคาวัสดุขึ้นสูง แต่การตั้งงบฯของท้องถิ่นไม่จำเป็นต้องเอาตามราคากลางที่ส่วนกลางตั้งไป เพราะท้องถิ่นตั้งราคากลางของท้องถิ่นได้ จากนั้นค่อยเปิดซอง ซึ่งทั่วไปมักจะได้ต่ำกว่าราคากลางที่ส่วนกลางตั้งไป


ส.ส.ปชป.ไม่เคลียร์จี้หาคำตอบ


หลังตัวแทนจาก สธ.ชี้แจงจบ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กมธ.สาธารณสุข ได้กล่าวขึ้นมาทันทีว่า ตัวแทน สธ.ชี้แจงไม่กระจ่าง ตนยังปักใจเชื่อว่ามีการหาประโยชน์ อยากให้ไปหาคำตอบให้กระจ่าง ดังนี้
1.ราคากลางที่กำหนดสำหรับการสร้างหอพักพยาบาล 9 ล้านบาท ทั้งที่หลายแห่งใช้เพียง 6 ล้านบาทเท่านั้น
2.ครุภัณฑ์บางอย่าง เช่น เครื่องยูวี-แฟน ท้องถิ่นหลายแห่งยืนยันว่าไม่ใช่เครื่องมือที่จำเป็น เช่นเดียวกับเครื่องตรวจเคมีในเลือดที่ล็อคสเปคว่าจะต้องซื้อจากบริษัทหนึ่ง เท่านั้น
3.เครื่องช่วยหายใจและเครื่องดมยาสลบที่มีราคาสูงเกินไป
4.ราคากลางรถพยาบาลที่เพิ่มมาคันละ 1 แสนบาท
5.ราคาเสาธงต้นละ 5 แสนบาท 

 

สน.งบฯจี้สอบ 3 ชนิด-พบล็อคชัด


แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงบประมาณเปิดเผยว่า ภายใต้การอนุมัติงบฯไทยเข้มแข็ง มีการระบุรายการครุภัณฑ์อยู่ 2-3 รายการที่สำนักงบประมาณขอให้ สธ.ตรวจสอบ ได้แก่
1.เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและสัญญาณชีพแบบรวมศูนย์
2.เครื่องดมยาสลบพร้อมเครื่องช่วยหายใจ
3.เครื่องติดตามการทำงานของหัวใจและเครื่องวิเคราะห์แก๊สระหว่างดมยาสลบครบชุด
โดยสำนักงบประมาณเชื่อว่า รพ.ตำบลไม่น่าจะมีวิสัญญีแพทย์ที่ใช้เครื่องดังกล่าวได้ ส่วนครุภัณฑ์อีกประเภทที่ล็อคสเปค คือ เครื่องช่วยหายใจที่ระบุให้มีระบบวัดความจุของปอดด้วย หากระบุเอาไว้จะมีบริษัทเดียวที่เข้าประมูลได้


ยันยูวี-แฟนต้องต่ำกว่า 4 หมื่น


ผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่งเปิดเผยว่า รพ.มหาสารคามจัดซื้อเครื่องยูวี-แฟน 45 เครื่อง และ รพ.ร้อยเอ็ดจัดซื้อ 50 เครื่อง เครื่องละ 40,000 บาท โดยใช้เงินบำรุง รพ. ดังนั้น ในโครงการเอสพี 2 อย่างน้อยราคากลางของเครื่องดังกล่าวก็ควรลดลงต่ำกว่า 40,000 บาท


นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัด สธ. กล่าวว่า ได้ลงนามคำสั่ง สธ.แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง 2 ชุด ชุดแรกตรวจสอบการจัดซื้อเครื่องทำลายเชื้อโรคฯ มี นพ.เสรี หงส์หยก ผู้ตรวจราชการ สธ. เป็นประธาน ชุดที่ 2 คณะกรรมการพิจารณาความเหมาะสมและแก้ไขปัญหาโครงการไทยเข้มแข็ง มีตัวแทนแพทย์ชนบท รองปลัด สธ.เป็นประธาน

 

 

สอบพบ2 สสจ.จัดซื้อแล้ว "ยูวี-แฟน"


จากกรณี นพ.พงษ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ เลขาธิการชมรมแพทย์ชนบท ออกมาเปิดโปงข้อมูลเกี่ยวกับการจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจ เครื่องกระตุ้นหัวใจ และเครื่องทำลายเชื้อโรคด้วยระบบแสงอัลตราไวโอเลต (ยูวี-แฟน) ในโครงการ  "ไทยเข้มแข็ง" 4 ประเด็น คือ
1.มีกลุ่มบุคคลไปวิ่งเต้นล็อคสเปคสินค้าให้เอื้อต่อบริษัทบางราย
2.ราคาสินค้าแพงเกินจริง
3.ไม่ตรงตามความต้องการของโรงพยาบาล
4.ส่วนราชการหลายแห่งยังไม่มีผู้เชี่ยวชาญในการใช้นั้น


ล่าสุด  "มติชน" ได้ตรวจสอบเว็บไซต์ www.gprocurement.go.th ของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นเว็บไซต์แจ้งประกาศประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้างของส่วนราชการ เพื่อตรวจสอบหาส่วนราชการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่จัดซื้อเครื่องช่วยหายใจ เครื่องกระตุ้นหัวใจ และยูวี-แฟน พบว่าระหว่างวันที่ 20-29 กันยายน 2552 ส่วนราชการ สธ.ใน จ.นครพนม พะเยา อุบลราชธานี นครนายก ฉะเชิงเทรา สระบุรี มุกดาหาร นครราชสีมา พังงา เลย และกาญจนบุรี ฯลฯ ส่วนใหญ่แจ้งประกาศประกวดราคาจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจ และเครื่องกระตุ้นหัวใจ แต่มีเพียง 2 แห่งจัดซื้อยูวี-แฟน ได้แก่ สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นครนายกจัดซื้อ 3 เครื่อง และ สสจ.เลยจัดซื้อ 12 เครื่อง


ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จ.อุบลราชธานี ประกาศจัดซื้อเครื่องช่วยหายใจชนิดควบคุมปริมาตรและความดันสำหรับเด็กแรก เกิดจนถึงผู้ใหญ่ ให้โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ 2 เครื่อง ระบุราคาเครื่องละ 1,200,000 บาท ในขณะที่ นพ.พงษ์เทพระบุว่า โรงพยาบาลบางแห่งซื้อแค่ 500,000 บาทเท่านั้น นอกจากนี้ จ.อุบลฯยังประกาศจัดซื้อครุภัณฑ์ 25 รายการ เป็นเงิน 157,700,000 บาท แต่ไม่ระบุรายละเอียดว่าเป็นครุภัณฑ์ชนิดใด


"แม้ว" เหน็บ "ใครเข้มแข็ง"


ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ  ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ทวิตข้อความผ่านเว็บไซต์ Twitter.com ถึงโครงการไทยเข้มแข็ง ว่า "การเมืองช่วงฟาดฟันกันแบบนี้คนฉลาดแกมโกงจะรีบฉกฉวยผลประโยชน์เพราะการกลัว เสียอำนาจของผู้มีอำนาจจะจำยอมไทยเข้มแข็งจะเป็นใครเข้มแข็ง"

 

 


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1254389677&grpid=&catid=01
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
"แม่เลี้ยงติ๊ก"ปัดเอี่ยวรับประโยชน์"ครุภัณฑ์"ไทยเข้มแข็ง "วิทยา"มอบดาบปลัดสธ.สอบเต็มที่
"มาร์ค"งง"วิทยา"แฉคนใกล้ชิด อยู่เบื้องหลังซื้อครุภัณฑ์สธ.
"วิทยา"กลัวคุก! ตั้งกก.2ชุดสอบซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ นายกฯ ลงดูเอง ลั่น"ไทยเข้มแข็ง"ต้องโปร่งใส
รมว.สธ.วางงบฯไทยเข้มแข็งซื้อครุภัณฑ์การแพทย์ปัดล็อคสเปค
พท.ปูดสธ.ส่อฉาว ไทยเข้มแข็ง ซื้อครุภัณฑ์3หมื่นล.กลิ่นตุๆ ชาวบ้านอำนาจเจริญร้องถูกเปลี่ยนโครงการ
อธิบดีสถ.สั่งตั้งคกก.สอบ "อปท."ส่อจัดซื้อครุภัณฑ์ฉาว
"จุรินทร์"รับจะเร่งตรวจสอบการล็อคเสปคครุภัณฑ์
รมช.ศธ.ท้า"สุนัย"ฟ้องป.ป.ช. แจงรัฐบาลเก่าซื้อครุภัณฑ์
พท.ซุ่มจับผิดซื้อครุภัณฑ์ฯ ขู่ไม่เลิกล็อคสเปคเจอซักฟอก
รมช.ศธ.ปัดเสี่ย"ป"วางเงินดาวน์ 20 ล. ล็อคสเปค ครุภัณฑ์ให้วิทยาลัยในสังกัดสอศ. แจงใช้งบฯปี′52
พท.ชี้จัดซื้อครุภัณฑ์ส่อทุจริต ปูด "พ่อค้า ป." วิ่งเต้นล็อบบี้วางดาวน์ 20 ล้าน เลขาฯ สอส.ปัดล็อคสเปค
ผู้ค้าเหนือโวย สนง.อาชีวะฯส่อล็อคสเปคซื้อครุภัณฑ์ กว่า 700 ล้าน สงสัยเอื้อผู้ประกอบการกลุ่มเดียว
กมธ.งบฯ เผยงบครุภัณฑ์"สำนักปลัดคลัง"น่าสงสัย
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1254389677&grpid=&catid=01
--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
blog
http://sunblog1951.blogspot.com/ sunday
http://blogpwd.blogspot.com/ pwd9
http://ktblog1951.blogspot.com/ pwday
http://newsblog9.blogspot.com/ news
http://bloghealth99.blogspot.com/ health
http://labour9.blogspot.com/ labour
http://www.ksmecare.com/docSeminar/520902031848987.pdf
http://www-01.ibm.com/software/th/events/lotusliveevent/
http://www.mict4u.net/thai/
http://www.chula.ac.th/visitors/thai/calendar.htm
http://www.agkmstou.com/2008/index.php
http://www.baanjomyut.com/library/lotus/index.html
http://www.asianbarometer.org/newenglish/introduction/default.htm