ใครๆก็แก้กฎหมายได้(คุณก็ด้วย)
Bookmark and Share

วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

แกะพิรุธ เครื่อง"จีที 200-อัลฟ่า 6" "ปู่จิ้น"ซื้อเงียบจาก บ.เครือนักการเมือง 100 ล้าน หล่นกระเป๋าใคร? (ตอน 1)


เครื่อง จีที 200 วิกฤตคนใช้โอกาสคนซื้อ

ไม้ล้างป่าช้าหรือเครื่องตรวจระเบิด ?

บริษัท ยูจีซี เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ตั้งอยู่แถบบางไผ่ บางแค

ดูกันให้ชัด ๆ


วันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 16:20:04 น.  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 

แกะพิรุธ เครื่อง"จีที 200-อัลฟ่า 6" "ปู่จิ้น"ซื้อเงียบจาก บ.เครือนักการเมือง 100 ล้าน หล่นกระเป๋าใคร? (ตอน 1) 

แกะรอยปมจัดซื้อเครื่องตรวจระเบิด- สารเสพติด จีที 200 และ อัลฟ่า 6 ของหน่วยงานรัฐ พบกระทรวงมหาดไทยของ ปู่จิ้น - ชวรัตน์ ชาญวีรกูล สั่งซื้อ 3 ลอตกว่า 500 เครื่อง ราคาไม่เท่ากัน คิดส่วนต่างราคาเป็นเงินถึง 100 ล้านบาท พิรุธเอกชน 2 รายเป็นเครือข่ายเดียวกันของนักการเมืองดัง 


 

       กรณีเครื่องตรวจวัตถุระยะไกล Global Technical (จีที 200)  กำลังเป็นที่ถกเถียงกันว่ามีประสิทธิภาพอย่างแท้จริงหรือไม่ 
       ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ  นายกรัฐมนตรี สั่งให้คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เป็นเจ้าภาพในการระดมผู้เชี่ยวชาญพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้เป็นข้อยุติและยอมรับจากทุกฝ่าย  ถ้าผลพิสูจน์ออกมาแล้วใช้ไม่ได้ ก็ต้องตรวจสอบว่าการจัดซื้อมีความโปร่งใส
      "ถ้าหากว่ามันใช้ไม่ได้คงต้องย้อนกลับไปดูที่มาที่ไปอีกครั้ง แต่เฉพาะกรณีของจีทีจะมีหลายยี่ห้อที่มีลักษณะคล้ายๆกันอยู่เฉพาะจีทีจะมีลูกค้าอยู่ เป็น 10 ประเทศ มีการซื้อกันค่อนข้างแพร่หลายพอควรทั้งที่เป็นจีทีและยี่ห้ออื่นๆ ของไทยมียี่ห้อจีทีกับอัลฟ่า-6"นายกฯกล่าว 
      ก่อนหน้านี้ นายเจษฎา เด่นดวงบริพันธ์  นักวิชาการจากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ออกมาตั้งข้อสงสัยว่าไม่มีประสิทธิภาพ มีความผิดพลาดในการตรวจหาวัตถุระเบิด ทำให้เจ้าหน้าที่และประชาชนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก อีกทั้งหลายประเทศเลิกใช้แล้ว 
      ขณะที่คุณหญิงพรทิพย์ โรจน์สุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ผู้มีประสบการณ์ตรงกับเครื่อง จีที 200 ออกมาตอบโต้ว่าเครื่องมือชนิดนี้มีความแม่นยำสูงมาก โอกาสผิดพลาดมาจาก 2 ปัจจัยคือ 1.ผู้ใช้มีความเหนื่อยล้า กับ 2.ใส่การ์ดผิดชนิด  
      "เนื่องจากจีที 200 ใช้พลังสนามแม่เหล็กจากตัวคนใช้เพื่อค้นหาสนามแม่เหล็กของสสารที่ต้องการตรวจจับ ด้วยเหตุนี้คนใช้งานต้องมีร่างกายพร้อม ถ้าเหนื่อยล้า อดนอน หรือไปดื่มเหล้ามาจะใช้ไม่ได้ผลเลย"หมอพรทิพย์กล่าว
       มีหน่วยงานหลายแห่งถูกระบุว่า สั่งซื้อ จีที 200 และ อัลฟ่า 6  ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กองทัพบก กองทัพอากาศ สำนักงาน ป.ป.ส. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมศุลกากร 
       ในส่วนของกระทรวงมหาดไทยนั้น  นายวิลาศ รุจิวัฒนพงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง  ออกมายอมรับว่า ได้สั่งซื้อเครื่องอัลฟ่า 6 จำนวน 726 เครื่อง ราคาเครื่องละ 7.2 แสนบาท เพื่อส่งมอบให้อำเภอตามแนวชายแดนได้ใช้ตรวจหายาเสพติด  โดยนำเข้าจากประเทศอังกฤษ ซึ่งผลดำเนินการได้ผลน่าพอใจ สามารถตรวจสอบทะลุฝาผนังกำแพงได้ระยะทางถึง 200 เมตร
      ล่าสุด "ประชาชาติธุรกิจ"ตรวจสอบพบหน่วยงานในกระทรวงมหาดไทยจัดซื้อ อัลฟา-6 อย่างน้อย 3 ครั้ง 
     ครั้งแรกจัดซื้อโดยกรมการปกครอง เมื่อวันที่  12 มี.ค.2552  จำนวน 63 เครื่อง วงเงิน 33,450,000 บาท จากบริษัท ยูจีซี เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ตกราคาเครื่องละ 530,952 บาท 
     ครั้งที่ 2  จัดซื้อโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (ที่ทำการปกครองจังหวัดภูเก็ต)  เมื่อวันที่  27 ก.ค. 2552  จำนวน 2 เครื่อง วงเงิน  1,100,000  บาท  จากบริษัท ยูจีซี เอ็นจิเนียริ่ง ตกราคาเครื่องละ 550,000 บาท
     ครั้งที่ 3 จัดซื้อลอตใหญ่โดยกรมการปกครอง เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2552 จำนวน 479 เครื่อง วงเงิน  349,430,500 บาท  จาก บริษัท เปโตรกรุงเทพฯ จำกัด ตกราคาเครื่องละ 729,500 บาท (ราคาใกล้เคียงกับที่นายวิลาศ รุจิวัฒนพงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง ชี้แจงกับสื่อมวลชน) 
      จากการตรวจสอบพบว่า บริษัท ยูจีซี เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด และ บริษัท เปโตรกรุงเทพฯ จำกัด มีความเชื่อมโยงกัน  โดยผู้ถือหุ้นอย่างน้อย  1 คนถือหุ้น เป็นกรรมการทั้ง 2 บริษัท 
      บริษัท ยูจีซี เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด แจ้งข้อมูลต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ว่าขายเครื่องปรับอากาศ และอุปกรณ์ไฟฟ้า ส่วนบริษัท เปรโตกรุงเทพฯ จำกัด ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง     (อ่านข้อมูลประกอบด้านล่าง) 
      น่าสังเกตว่า การจัดซื้อครั้งที่ 3 มีราคาสูงว่าครั้งแรกกับครั้งที่ 2  เครื่องละประมาณ 2 แสนบาท  
      เท่ากับมีส่วนต่างเกิดขึ้นเกือบ 100 ล้านบาท 
      ผู้สื่อข่าวตรวจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2551  กองพลาธิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งซื้อ เครื่อง อัลฟ่า 6 จำนวน 4 เครื่อง   จาก บริษัท เอ เอส แอล เอ็ม เทรดดิ้ง จำกัด (ของนางธัญจิรา สมบูรณ์ศิลป์)  ในราคา 1,960,000 บาท หรือเครื่องละ 490,000 บาท เท่านั้น 
      ผู้สื่อข่าวเดินทางไป ตรวจสอบที่ตั้งบริษัท ยูจีซี เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด เลขที่ 151/135 หมู่ 9 แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพฯ    พบว่าอยู่ในหมู่บ้านราชพฤกษ์ ย่านพุทธมณฑล สาย 2  มีป้ายเขียนข้อความเป็นบริษัท  ยูจีซี เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด แต่ภายในบ้านไม่ได้แสดงว่าขายเครื่องปรับอากาศแต่อย่างใด 
     (ตอนหน้า เปิดข้อมูลการจัดซื้อ เครื่อง จีที 200 ของกองทัพบก แบบละเอียดยิบ ? ) 
  .........
 
    ผู้ถือหุ้น 2 บริษัท - เครือข่ายเดียวกัน  
      บริษัท ยูจีซี เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ก่อตั้งเมื่อวันที่  24 กรกฎาคม 2540   ประกอบธุรกิจจำหน่ายเครื่องปรับอากาศ อุปกรณ์ไฟฟ้า ทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท  ที่ตั้งเลขที่ 151/135 หมู่ 9 แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพฯ    
 
      นายศิริพงษ์ บวรวัฒนะ และ นายวรวิทย์ บวรรัตนะ ถือหุ้นใหญ่ในช่วงก่อตั้ง  
       วันที่ 8 พฤศจิกายน 2551 (ก่อนทำสัญญาจัดซื้อครั้งแรก) นายณธกร  ภูชัชวนิชกุล ถือกหุ้นใฆย่ 29,750 หุ้น นายวรวิทย์ บวนรัตนะ 5,875 หุ้น นายชูเกียรติ ภูชัชวนิชกุล  24,275 หุ้น   นายคำนึง สุพรรณ์ 15,000 หุ้น   นายเฉลิมพล กาญจนากร 15,000 หุ้น  นายชาญเดช ภูชัชวนิชกุล 10,000 หุ้น  และนายสนิตย์ สหายเจริญ 100 หุ้น  มีนายชูเกียรติ ภูชัชวนิชกุล เป็นกรรมการ 
       จากการตวรจสอบพบว่า เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2552  บริษัท ยูจีซี เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด  เป็นผู้ขายกล้องวีดีโอกระดุม จำนวน 115 ชุด  วงเงิน  6.7 ล้านบาท ให้ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 
       และขายกล้องตรวจจับรังสีความร้อนติดตั้งประกอบปืน M 16  ให้กรมการทหารช่าง จังหวัดราชบุรี  วงเงิน  9 ล้านบาท เมื่อวันที่  30 กันายน  2552 อีกด้วย

       ส่วนบริษัท เปโตรกรุงเทพฯ จำกัด ก่อตั้งวันที่  18 ตุลาคม 2536  ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ทุนจดทะเบียน 130 ล้านบาท  ที่ตั้งเลขที่  580/1 ซอยรามคำแหง 39 แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ  เดิมบริษัท ภาคใต้เชื้อเพลิง  จำกัด ถือหุ้นใหญ่ ร่วมกับ นายดำรงค์ รัตนลีลาศ และนายอดุลย์ ฉายรัตน์ และนายสมศักดิ์ เอกเอื้อมณี  
       วันที่ 24 มีนาคม 2551 นางฉัตรแก้ว คชเสนี นางกชกรณ์ พิบูลย์ธรรมศักดิ์  ถือหกุ้นคนละ 350, 000 หุ้น นางสาวภัคจิรา รัชกิจประการ   250,000 หุ้น  นายพิบูลยอัฑฒ์ หฤหรรษ์ปราการ นางสาวจันทวรัจฉร์ จันทรศารทูล นางศุภวรรณ รัชกิจประการ นางสาวรุ่งรัศมี โชคอนันต์ตระกูล นายวิชัย แซ่โก คนละ 60,000 หุ้น  และนางสรัญธร จันทรโชติ คนละ 50,000 หุ้น 
       มีนายพิทักษ์ รัชกิจประการ และนางส่าวภัคจิรา รัชกิจประการ เป็นกรรมการ 
       วันที่ 30 มีนาคม 2552  นายพิทักษ์ รัชกิจประการ นางกชกรณ์ พิบูลย์ธรรมศักดิ์   ถือหุ้นใหญ่ คนละ 350,000 หุ้น  นายประทีป มนตรี 250,000 หุ้น  ส่วนคนอื่นไม่เปลี่ยนแปลง นายประทีป มนตรี เป็นกรรมการ 
       วันที่ 6 มิถุนายน 2552  (ก่อนทำสัญญากับกรมการปกครอง)  นายประทีป มนตรี  ถือหุ้นใหญ่ 700,000 หุ้น นายชูเกียรติ ภูชัชวนิชกุล ถือ 300,000 หุ้น  และ นายพิบูลยอัฑฒ์ หฤหรรษ์ปราการ ถือหุ้น 300,000 หุ้น นายประทีป มนตรี เป็นกรรมการ 
       จาการตรวจสอบพบว่าหน่วยงานที่ บริษัท เปโตรกรุงเทพฯ เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ 
      โครงการจ้างเหมาพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวบริเวณแหลมโพธิ์ทะเลสาบสงขลา ต.คูเต่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ร่วมกับ บริษัท เอส.ซี.เอส.ดีเวลลอปเม้นท์ วงเงิน 47.5 ล้านบาท (ปี2547)ของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา 
      งานปรับปรุงภูมิทัศน์สวนสาธารณะเทศบาลเมืองชุมพรระยะที่2  วงเงิน  55.8 ล้านบาท  (ปี 2548)  เทศบาลเมืองชุมพร 
      งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ของเทศบาลเมืองชุมพร วงเงิน  53.6 ล้านบาท   (ปี 2549) 
      ก่อสร้างโรงเรียนอนุบาลในฝันเทศบาลนครหาดใหญ  วงเงิน 38.4 ล้านบาท   (ปี 2550)  
      ทั้งนี้ บริษัท ภาคใต้เชื้อเพลิง นั้นเคยบริจาคเงินให้พรรคราษฎร ขณะนายวัฒนา อัศวเหม เป็นหัวหน้าพรรคและเคยเป็นผู้บริจาคเงินให้ประชาธิปัตย์เมื่อหลายปีก่อนอีกด้วย        ..........

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1265257568&grpid=no&catid=03
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.thaifreedompress.blogspot.com/
http://sunblog1951.blogspot.com/ sunday
http://blogpwd.blogspot.com/ pwd9
http://ktblog1951.blogspot.com/ pwday
http://newsblog9.blogspot.com/ news
http://bloghealth99.blogspot.com/ health
http://labour9.blogspot.com/ labour
http://www.media4democracy.com/th/
http://www.youngtelecom.org/
http://www.logex.kmutt.ac.th/
http://www.mict4u.net/thai/
http://www.chula.ac.th/visitors/thai/calendar.htm
http://www.agkmstou.com/2008/index.php
http://www.baanjomyut.com/library/lotus/index.html
http://www.asianbarometer.org/newenglish/introduction/default.htm
http://www.isriya.com/node/2809
/wordcamp-bangkok-2009-pool-party
C:\Documents and Settings\user\My Documents\ไฟล์ที่ได้รับของฉัน\issarachon1101.wma
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=hiansoon

วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

Chezplayers : Playstory : นิทาน : นิทานการเมือง เรื่องยักษ์กับมังกร

Chezplayers : Playstory : นิทาน : นิทานการเมือง เรื่องยักษ์กับมังกร

นิทานการเมือง เรื่องยักษ์กับมังกร

Shivan Dragon 5/5 Flying

เขาดึงตราผนึกชิ้นสุดท้ายออกจากหีบศิลานั้น เผยให้เห็นแผ่นจารึกแห่งมังกรชิวานในตำนาน จารึกนั้นเขียนด้วยภาษาโบราณ บอกถึงพลังและวิธีการในการคลายผนึก...

เด็กหนุ่มท่องอ่านเวทย์ที่ได้รับมา รวบรวมพลังเวทย์แห่งไฟหกหน่วยบรรจุลงไปในแผ่นจารึก เจ้ามังกรจารึกนั้นพลันขยับปีกและส่งเสียงร้องจนถ้ำนั้นสะเทือนปานถล่ม เด็กหนุ่มตั้งจิตอธิษฐาน เจ้ามังกรยักษ์หลุดพ้นจารึกเผ่นโผนออกจากถ้ำ เหยียดขยายปีกเข้าต่อสู้กับยักษ์ใหญ่ตัวเท่าขุนเขา

=======================================
นี่คือวิธีเดียวที่จะกำราบเจ้ายักษ์นี้ได้ ... ยักษ์กิอาผู้พิทักษ์ดินแดน แต่กลับมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปในช่วงหลังๆ มันเรียกร้องมากขึ้น ข่มเหงชาวเมืองมากขึ้น และนอกจากนี้เจ้ายักษ์ยังเรียกร้องพลังเวทย์เขียวแห่งพงษ์ไพรสองหน่วยทุกๆ ปี เป็นค่าคุ้มครอง ซึ่งชาวบ้านก็ต้องตัดไม้ในป่าเพื่อมาสร้างเวทย์สีเขียวเพื่อหล่อเลี้ยงเจ้า ยักษ์ กระนั้น, มันก็หาได้จงรักภักดีต่อประชาชนไม่ ด้วยร่างกายอันใหญ่คับฟ้า เหยียบย่ำไปที่ไหน ความเสียหายก็เกิด ความตะรุมตะกรามของมัน ก็ทำให้มันกินทรัพยากรของเมืองเข้าไป รวมทั้งเหยียบกระทืบคนที่ร้องขัด

คำวินิจฉัยของชาวเมือง คือ ต้องปลดปล่อยวิญญาณแห่งมังกรชิวาน คู่ปรับแต่ครั้งดึกดำบรรพ์ของยักษ์กิอาขึ้นมาเพื่อกำราบ เพื่อให้ยักษ์กิอาถูกผนึกลงในแผ่นจารึกอีกครั้ง

มังกรชิวานต่อสู้กับยักษ์กิอาอย่างเต็มกำลัง ประกอบกับชาวเมืองผู้สามารถเรียกพลังเวทย์เพลิงจากธาตุแห่งขุนขาได้ ได้ส่งเวทย์เพลิงเข้าไปเพื่อเพิ่มพลังโจมตีให้แก่มังกรชิวานเรื่อยๆ แม้ตัวมันจะมีพลังน้อยกว่ายักษ์กิอา แต่ความที่มันบินได้ และสามารถเรียกเวทย์สีแดงเพื่อเพิ่มพลังโจมตีได้เรื่อยๆ ทำให้การต่อสู้เป็นไปอย่างสูสี และในทีสุด ยักษ์กิอาก็ไม่อาจทนไฟร้ายแห่งมังกรได้อีกต่อไป และล้มลงกับพื้น จริงอยู่ยักษ์กิอามีความสามารถในการฟื้นชีวิตได้ด้วยพลังเวทย์เขียว แต่ในวันนี้ ไม่มีใครที่จะให้พลังเวทย์เพื่อการฟื้นฟูแก่มันอีก ยักษ์กิอาจึงสิ้นฤทธิ์ ร่างใหญ่ปานขุนเขาหลดเล็กลงเป็นแผ่นจารึก

ประชาชนโห่ร้อง เจ้ายักษ์ทรราชล้มลงแล้ว มันถูกจับไปจองจำไว้ในป่าใหญ่ในสภาพของแผ่นจารึก ซึ่งจะผนึกไว้ในหีบศิลาที่ปิดตาย มันจะไม่สามารถข่มเหงบีฑาใครได้อีก

เจ้ามังกรชิวานกลายมาเป็นผู้พิทักษ์แห่งเมืองแทนยักษ์กิอานับแต่บัดนั้น

=======================================
และเวลาก็จำเนียรกาลผ่านไปอีกสิบร้อยปี,

เวลาที่ผ่านไป มังกรแห่ชิวานผู้ทรงอำนาจ มันได้รับการป้อนเวทย์แห่งไฟเข้าไปเพื่อเพิ่มพลังอยู่เรื่อยๆ มันชอบพลังเวทย์ไฟ และมันรับใช้แก่ทุกคนผู้ป้อนพลังเวทย์เช่นว่านั้นแก่มัน มีคนไม่กี่กลุ่มที่สามารถสื่อสารกับมังกรได้ คนกลุ่มนั้นมีอำนาจขึ้นเรื่อยๆ ชาวเมืองไม่ไว้วางใจคนกลุ่มนั้นและมังกร เนื่องจากว่าเกิดเพลิงไหม้ขึ้นหลายต่อหลายครั้งในเมืองโดยพลังไฟของมังกร ในที่สุด คนก็เรียกร้องให้เจ้ามังกรและพวกจำกัดตัวลงเหลือเพียงการคุ้มครองดินแดนอยู่ ห่างๆ แต่คำตอบจากมังกรและเหล่าคนใกล้ชิด คือการเผาผลาญผู้เรียกร้องให้ไหม้เป็นจุลไปด้วยเพลิงแห่งชิวาน

พลัน มังกรและพรรคพวกก็ควบคุมเมืองให้อยู่ในความสงบ นักปราชญ์กลุ่มหนึ่งหลบหนีออกไปตั้งกลุ่มต่อต้านในป่าลึก หาวิธีที่จะหยุดยั้งอหังการณ์แห่งมังกรเพลิงร้าย แต่พลังของมนุษย์จะหยุดเจ้าอสูรที่มีพลังเวทย์เกือบไม่จำกัดนั้นก็ยาก

ใครคนหนึ่งเสนอให้ต้องปลดปล่อยวิญญาณแห่งยักษ์กิอา คู่ปรับแต่ครั้งดึกดำบรรพ์ของมังกรชิวานขึ้นมาเพื่อกำราบ เพื่อให้มังกรชิวานถูกผนึกลงในแผ่นจารึกอีกครั้ง

การปลุกยักษ์กิอาต้องใช้เวทย์เขียวแห่งไพรถึงห้าหน่วย และยังต้องคอยจ่ายเวทย์นั้นเพื่อฟื้นพลังให้แก่มันอยู่เสมอด้วย แต่ชาวเมืองไม่มีทางเลือกใดไปมากกว่านี้แล้ว ต้นไม้ในป่าถูกโค่นเพื่อนำมาสังเคราะห์เป็นเวทย์เขียว

เด็กหนุ่มผู้ถูกเลือก รับบัญชาเป็นผู้คลายผนึกในแผ่นจารึกนั้น เขาเดินทางเข้าไปในป่าลึก ในถ้ำที่ยักษ์กิอาถูกผนึกอยู่ เขาหาหีบศิลาจนพบ คลายผนึกด้วยวิธีที่ได้รับสอน

=======================================
เขาดึงตราผนึกชิ้นสุดท้ายออกจากหีบศิลานั้น เผยให้เห็นแผ่นจารึกแห่งยักษ์กิอาในตำนาน จารึกนั้นเขียนด้วยภาษาโบราณ บอกถึงพลังและวิธีการในการคลายผนึก...

Child of Gaea 7/7 Trample


นึกยังไง ?
ในบรรดางานเขียนช่วงหลังๆ ผมชอบงานชิ้นนี้ที่สุด
เพราะมันอธิบายสภาพ “การเมืองไทย” ได้ดีที่สุด และผมขอรับรอง (หรืออาจจะกึ่งๆท้า) ว่า นิทานเรื่องนี้จะทันสมัยเสมอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่สิบปี แม้กระทั่งตราบจนผมสิ้นชีวิต มันก็จะยังคงทันสมัยอยู่ ตราบเท่านิสัยคนไทย ยังนิยมการแก้ปัญหาแบบ “ปลุกมังกรมาฆ่ายักษ์”

บุญชิต ฟักมี
12 พฤศจิกายน 2548

Facebook | Supachai Saibut จดหมายจากมนูญกฤตถึงเปรม (อีกครั้ง)

Facebook | Supachai Saibut จดหมายจากมนูญกฤตถึงเปรม (อีกครั้ง)
จดหมายจากมนูญกฤตถึงเปรม (อีกครั้ง)
๑๐๖/๕ ซอยลาดพร้าว๓๕
ถ.ลาดพร้าว แขวงจันทน์เกษม
เขตจตุจักร กทม. ๑๐๙๐๐

๙ กันยายน ๒๕๕๑

กราบเรียน ฯพณฯ ประธานองคมนตรี (พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์)
๑. กระผมมีเรื่องเรียนว่า ติดใจตลอดเวลาเกี่ยวกับคำพูดของฯพณฯถึงผมว่า “คนชั่วอย่างมนูญเป็นประธานวุฒิได้ยังไง ?”
เอา เรื่องประธาณวุฒิ กระผมได้รับการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ และเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมของวุฒิสภา ผมได้คะแนน ๑๑๔ เสียง ในขณะคนที่ ๒ ได้ ๒๘ เสียง ผมจึงได้เป็นประธานวุฒิสภาครับ
๒. ฯพณฯ ได้สั่งไม่ให้กระทรวงกลาโหมรับผมกลับเข้ารับราชการ คนที่ไปขอให้ผมและบอกผมคือ พล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์
๓. ฯพณฯ สั่งยิงและเก็บผม(ซึ่งเรื่องนี้ได้คุยกับ ฯพณฯ แล้ว เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๓๑ ตอนผมกลับมาจากประเทศเยอรมัน) คนที่บอกผมมีหลายคนและมีพฤติกรรมดังนี้
๔. ฯพณฯ เล่นการเมืองกับผมตั้งแต่ 1 เมษายน ๒๕๒๔ และผมเสนอให้ ฯพณฯ เข้าเฝ้าในหลวงตอนหัวค่ำเพื่่่่่อขอ พระราชทานคำแนะนำ แต่ ฯพณฯบอกผมว่า ดึกแล้วไม่รบกวน แต่พอ พ.อ.ประจักษ์ ฯ จะยิง ฯพณฯท่าน ฯ ก็ให้ผมช่วย ผมก็ช่วย ทำให้ พ.อ.ประจักษ์ ฯ ไม่ยิง ฯพณฯ ท่าน
- คราวนี้ถึงข้อที่ผมติดใจว่า คนชั่วในความคิดของ ฯพณฯท่าน, ในสายตาของ ฯพณฯ ท่านผมไม่ทราบว่า ฯพณฯ ท่านพิจารณาจากปัจจัยอะไร ? ผมอยากทราบจริงๆ แต่ไม่เป็นไรครับ ผมอยากให้ ฯพณฯท่านพิจารณาตนเอง(รูป-นาม) ว่า ฯพณฯ จากที่เป็นแม่ทัพภาคที่ ๒ มาเป็นผู้ช่วยบัญชาการทหารบกนั้นเป็นอย่างไร ฯพณฯ มีเพื่อนเพียงไม่เกิน ๕ คน คือ พล.ต. สุดสาย,พล.อ.ประจวบ,พล.อ.ไพจิต,พล.ท.สท้าน ในขณะนั้น ฯพณฯ พูดกับ รณชัย(ปี้ด) ว่า ฯพณฯ ท่านคงเกษียนแค่ผู้ช่วยผู้บัญชา การทหารบก แต่ผมคิดว่า เหล่าม้า เราหาคนดียาก ผมจึงนำเสนอเพื่อน ขอร้องให้พิจารณา ฯพณฯ เมื่อส่วนใหญ่เห็นด้วย ผมกับ พ.ท. ชัยชาญ เทียนประภาส จึงไปขอความกรุณาจาก พล.อ. เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมในขณะนั้น(กลางเดือน กันยายน ๒๕๒๑) ตอนแรก ฯพณฯ ถามผมว่าจะเอา พล.อ. เสริม ณ นคร ซึ่งเป็นผู้บัญชาการทหารบกในขณะ นั้น ไปอยู่ที่ไหน แล้ว ๕ เสือ ทบ.เก่า อาวุโสกว่าทั้งนั้น เขาจะว่าอย่างไร ผู้ใหญ่ใน ทบ. , บก.สส.(เสือป่า) ในกลาโหม ขณะนั้นไม่มีผู้ใดเห็นด้วยเลยกับการที่ ฯพณฯ ท่าน จะเป็นผู้บัญชาการทหารบก โดยไปไล่ พล.อ.เสริม ณ นคร ฯพณฯท่าน ทราบไหมว่า ? ทำไมท่านจึงได้เป็นผู้บัญชาการ ทหารบก ๑ ตุลาคม ๒๕๒๑ ข้ามผู้ใหญ่หลายคน และดันพล.อ. เสริม ณ นคร ซึ่งเป็นผบ.ทบ. ไปเป็น ผบ.สส.ด้วยความที่ ฯพณฯ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ ต้องเสียสละให้ ฯพณฯท่าน ส่วนพล.อ. เสริม ฯ ต้องเสียใจมาก แต่ท่านดีใจบนความไม่สบายใจของอื่นแล้วท่านเคยถามผมสักคำ ไหมว่า ผมกับ พ.ท.ชัยชาญ เทียนประภาส ต้องปฎิบัติการอย่างไร ผมต้องทำทุกอย่างให้ ฯพณฯ ท่านเป็น ผบ.ทบ.ใน เดือนตุลาคม ๒๕๒๑ ให้จนได้ ในที่สุด ๑ ตุลาคม ๒๕๒๑ ท่านก็ได้เป็น ผบ.ทบ. ท่ามกลางคนด่า ผมถูกรุ่นพี่ จปร.๕-๖ ด่าทุกวัน ท่านรู้ไหมครับ ? เขาด่าว่าผมทำลายระบบกองทัพบก อีกอย่างท่าน ฯพณฯ ไม่มีผลงานอะไร? ที่เป็นการริเริ่มและโดดเด่น และเป็นต้นเหตุให้เกิดการแตกความสามัคคีในกองทัพ

แม่ทัพภาค ๑ (พล.ท.อำนาจ ดำริห์การ) เรียกผมไปพบที่กองทัพภาคที่ ๑ ในขณะที่ผมเดินทางไปทหารราบ ร๑รอ. เขาเตรียมกำลัง เบิกอาวุธกันแล้ว แต่ถูก คุณหญิงแสงเดือนบอก พล.อ.เสริม ณ นคร ให้หยุดท่านจึงหยุด มิฉะนั้น เช้าวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๑ คงได้มีการปะทะกันระหว่าง ทหารม้า(ผม) กับทหารราบแล้ว ฯพณฯ ท่านเคยทราบบ้างไหมครับ ? แล้ว ฯพณฯ ท่านก็เสวยสุข เอาแต่เพื่อน ๆ และคนคอยประจบสอพลอ มาใช้อย่างใกล้ชิด ทำผิดระบบ “คุณธรรม” ( MERIT SYSTEM) ทางการ จึงทำให้ทหารซึ่งเป็นเครื่องมือหลักในการปัองกันประเทศต้อง อ่อนแอลง นับตั้งแต่ ฯพณฯ เป็น ผบ.ทบ. เป็นต้นมา แล้ว ฯพณฯรู้ไหมว่า จะมีคนยิง ฯพณฯ ที่หนองคุง แต่ผมก็ต้องเอาตัวผมกัน ฯพณฯท่านไว้ ที่ผมเล่ามานี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งตอนที่ ฯพณฯ ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบก เมื่อ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๑ ผมชั่วใช่ไหมครับ ?
สมัคร สุนทรเวช สัมภาษณ์ ด่าว่าเอาหมาขี้เรื้อนที่ไหนมาเป็น ผบ.ทบ.พ.อ.ประจักษ์ สว่างจิต รู้จึงได้ไปว่านายสมัคร ครับ ผมชั่วใช่ไหมครับ? ที่ทำให้ท่านเป็นผู้บัญชาการท หารบก ฯพณฯ ท่านครับ ใครเป็นคนไปกับ ฯพณฯ ที่เข้าไปพักบ้านสี่เสา จนถึงปัจจุบัน ทั้งที่ พล.อ กฤษณ์ สีวะรา บอกผมว่า บ้านสี่เสาอนุญาตให้ พล.ร.อ สงัด ชะลออยู่ พักแทนท่านเพราะตอนนั้นท่านอยู่ สวนพุดตาน ผมชั่วใช่ไหมครับ ? ฯพณฯ ท่านสั่งยิงผม ทั้งๆ ที่ผม SAFE ชีวิตฯพณฯท่าน ตลอดเวลา ทำคุณบูชาโทษ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการเป็น ผบ.ทบ.ของ ฯพณฯ ท่าน ยังมีอีกครับ
ส่วนตอนที่สอง คือ เดือนพฤกษภาคม ๒๕๒๒ ฯพณน ท่านเป็นรัฐมนตรีการกลาโหม และตอนที่สาม คือ เดือนมีนาคม ๒๕๒๓ ฯพณฯท่านเป็นนายกรัฐมนตรี (แล้วผมจะอธิบายรายระเอียดในการปฎิบัติที่แสนยากเข็นอย่างไร? ) รวมทั้ง เบื้องหลัง ๑ เมษายน ๒๕๒๔ และ ๙ กันยายน ๒๕๒๘ ครับ ...
ในคืนวันหนึ่งกลางเดือนกันยายน ๒๕๒๑ ฯพณฯ จำได้ไหมว่า ฯพณฯ พูดว่า “ต้องเป็นเดี๋ยวนี้”ที่บ้านพัก ผช.ผบ.ทบ. (สวนรื่น) ถ้าไม่ได้ก็ต้องยึดอำนาจ ผมเป็นผู้เรียนฯพณฯว่า ต้องเข้ากราบพระบาททูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก่อน ฯพณน พยักหน้า ผมก็สั่งเตรียมกำลังหลังจากนั้น ผมและพ.อ.แสงศักดิ์ ฯ พ.ท.ชัยชาญ เทียมประภาส จึงไปบ้าน ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พล.อ. เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์ และเข้าไปในคืนวันนั้นเลย และไปเรียนขอตำแหน่งผบ.ทบ.ให้ ฯพณฯ ท่าน ปัญหากองทัพที่เป็นวิกฤตมาจากสมัยท่านเป็น ผบ.ทบ.และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มาจนถึงทุกวันนี้ ทำให้กองทัพอ่อนแอ และแตกความสามัคคีเช่น ปล่อยให้มีการโกงทุกระดับ ทั้งผู้บังคับหน่วย,ข้าราชการทุกระดับ(การจัดซื้อ, จัดจ้าง, รับเหมก่อสร้าง) โดยเฉพาะการจัดซื้ออาวุธยุทธโทปกรณ์ที่ไร้ประสิทธิภาพ ท่านปล่อยนายทหารที่มีโอกาสโกง ดูผลจากความมั่นคง ร่ำรวย ของนายทหารทุกชั้นยศ ที่ทำงานเกี่ยวกับการเงิน นายทหารที่เคยยากจน เดี๋ยวนี้มั่งคั่ง ,ร่ำรวยผิดปกติ เช่น พล.อ.อู๊ด เบื้องบน ,พล.อ มงคล อัมพรพิสิฐ ,พล.อ. เชษฐา ฐานะจาโร โดยเฉพาะ พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ ซึ่งกระทำผิดกฎหมายเรื่องบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ (เขายายเที่ยง) และยังมีอีกว่า(ครั้งหนึ่งฯพณฯท่านเคยพูดกับผมว่า พล.อ.สุรยุทธ ฯ ไม่มีปมด้อย และ ครั้งหนึ่งเมื่อก่อนเดือนกันยายน ๒๕๒๑ ฯพณฯ ท่านเคยพาพวกผมไปบ้านของ ฯพณฯ ท่านเองที่เขาใหญ่ก่อนที่ ฯพณฯ ท่านจะเป็นผบ.ทบ. )เช่นกัน
ยังมีอีกเรื่องคือ พ.ท.ชัยชาญ เทียนประภาส ยังเป็นคนสำคัญและเป็นหลักช่วย ฯพณฯ ท่านโดยไม่หวังผลอะไรเลย ซึ่งตอนนั้น ฯพณฯ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ฯ เป็นนายกฯ ก็เชื่อในเหตุผลของ พ.ท.ชัยชาญ ฯ และสนับสนุน ฯพณฯ ให้เป็น ผบ.ทบ.
แต่พ.ท. ชัยชาญก็มาถูกยิงที่ จ.อุบลราชธานี ในเขตพื้นที่ กองทัพภาคที่ ๒ ซึ่งตอนนี้ ฯพณฯ ท่านเป็น ผบทบ. รมว.กลาโหม และ นายกรัฐมนตรี จนป่านนี้เวลาล่วงเลยมา ๒๘ ปีแล้ว แต่ฯพณฯ ท่านคงรู้อยู่แก่ใจว่าใครเป็นคนสั่งยิง พ.ท. ชัยชาญ เทียนประภาส ฯพณฯ ท่านต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว ฯพณฯ ท่านคิดว่าสมัยนั้น ฯพณฯ ท่านได้ทำถูกต้องตามหลักคุณธรรมและบริหารประเทศดีแล้วหรือ ครับ ?

ขอแสดงความนับถือ
พล.ต. (ลายเซ็น)
( มนูญกฤต รูปขจร )

โทร.๐๒-๕๑๒๕๒๕๒
โทรสาร.๐๒-๕๑๒๒๕๕๒


Facebook | Supachai Saibut แผนรัฐบาล จุดตรวจต่างๆทั่วกรุงเทพและปริมณฑล เตรียมพร้อมครับทุกคน

Facebook | Supachai Saibut แผนรัฐบาล จุดตรวจต่างๆทั่วกรุงเทพและปริมณฑล เตรียมพร้อมครับทุกคน

Supachai Saibut แผนรัฐบาล จุดตรวจต่างๆทั่วกรุงเทพและปริมณฑล เตรียมพร้อมครับทุกคน


แผนรัฐบาล จุดตรวจต่างๆทั่วกรุงเทพและปริมณฑล เตรียมพร้อมครับทุกคน
กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้มีคำสั่งตั้งจุดตรวจค้น (ว.43 ปกติ) ตั้งแต่วันที่ 1-28 ก.พ.

บก.น.1

สน.ดุสิต จุด A-B บริเวณปาก ซ.สุโขทัย 3 ถ.สวรรคโลก

สน.ชนะสงคราม จุด A แยกบางลำพู จุด B บริเวณหน้าวิทยาลัยนาฏศิลป์

สน.ห้วยขวาง จุด A ซ.รัชดาภิเษก 3 จุด B บริเวณหน้าสถานีรถไฟฟ้าศูนย์วัฒนธรรม

สน.พญาไท จุด A พระราม 6 ตัดอารีย์สัมพันธ์ จุด B หน้ากระทรวงการต่างประเทศ

สน.นางเลิ้ง จุด A แยก จปร. เชิงสะพานพระราม 8 ขาขึ้น จุด B แยกนางเลิ้ง พณิชยการพระนคร

สน.สามเสน จุด A หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ถ.ศรีอยุธยา จุด B ถนนขาว

สน.ดินแดง จุด A หน้าสวนสันติภาพ ถ.ศรีอยุธยา จุด B ใต้ทางด่วน ซ.หมอเหล็ง

สน.มักกะสัน จุด A ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ขาเข้า จุด B แยกเอกมัย

บก.น.2

สน.คันนายาว จุด A ชุมชนวัชรพล 3 จุด B แยกลำกะโหลก

สน.ทุ่งสองห้อง จุด A หน้าห้างไอทีสแควร์ จุด B หน้าปั๊มน้ำมันคาล เท็กซ์ ถ.แจ้งวัฒนะ

สน.สุทธิสาร จุด A กลาง ซ.รัชดาฯ 18 จุด B ซ.อินทามระ 59

สน.ประชาชื่น จุด A หน้าปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ ถ.พิบูลสงคราม จุด B หน้าตลาดบองมาร์เช่

สน.โคกคราม จุด A ซ.ปัญจมิตร ถ.นวมินทร์ จุด B หน้าร.พ.ศรีสยาม

สน.สายไหม จุด A หัวถนนสายไหม จุด B หน้าร.พ.สายไหม

สน.บางซื่อ จุด A หน้าตึกชินวัตร 1 จุด B หน้าลานจอดรถไฟฟ้าบีทีเอส หมอชิตเก่า

สน.บางเขน จุด A ม.ชัยพฤกษ์ ถ.หลังกองบินตำรวจ จุด B หน้าโรงแรมมารวย

สน.ดอนเมือง จุด A แยกหลังวัดไผ่เขียว จุด B แยกประชาอุทิศ

สน.พหลโยธิน จุด A หน้าห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว จุด B ซ.เสนา นิคม 1

สน.เตาปูน จุด A โรงเรียนโยธินบูรณะ จุด B โค้งวัดสร้อยทอง

บก.น.3

สน.มีนบุรี จุด A แยกบาแลด้าน ถ.ประชาร่วมใจ จุด B แยกบาแลด้าน ถ.ราษฎร์อุทิศ

สน.ลำหิน จุด A-B หน้าจุดรับแจ้งเหตุตลาดคู้ ถ.มิตรไมตรี

สน.สุวินทวงศ์ จุด A แยกทหารอากาศอุทิศ จุด B หน้าเดอะไพน์แอน ลอร์กอล์ฟคลับ

สน.ร่มเหล้า จุด A แยกการเคหะร่มเกล้า จุด B หน้าส.สุมาลี แมนชั่น

สน.จรเข้น้อย จุด A สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหาร จุด B แยกทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ

สน.นิมิตรใหม่ จุด A จุดรับแจ้งเหตุหทัยราษฎร์ จุด B จุดรับแจ้งเหตุนิมิตรใหม่

สน.ประชาสำราญ จุด A จุดรับแจ้งเหตุเทียนทอง จุด B หน้าหมู่บ้านวัฒนาธานี

สน.ลำผักชี จุด A แยกมหานคร (ใต้สะพาน) จุด B หน้าบริษัทฟุตบอลไทย

สน.ฉลองกรุง จุด A หน้าตลาดแย้มเจริญ จุด B หน้าตลาดวีแอ๊ด

สน.ลาดกระบัง จุด A หน้าตลาดบัญญัติทรัพย์ จุด B หน้าตลาดนำชัย

สน.หนองจอก จุด A แยกโรงสีไฟสุขใจ จุด B ถ.อยู่วิทยา ตัดสังฆสันติสุข

บก.น.4

สน.หัวหมาก จุด A สี่แยกลำสาลี จุด B ซ.รามคำแหง 26

สน.โชคชัย จุด A หน้าปั๊มน้ำมันปตท. ท้าย ซ.ลาดพร้าว 87 จุด B หน้าปั๊มปตท. ถ.ลาดพร้าววังหิน

สน.อุดมสุข จุด A ปาก ซ.เฉลิมพระเกียรติ 28 จุด B จุดรับแจ้งเหตุหน้าสวนหลวง ร.9

สน.บึงกุ่ม จุด A หน้าทางเข้าหมู่บ้านนวธานี จุด B หน้าสำนักงานเขตบึงกุ่ม

สน.ลาดพร้าว จุด A หน้าเดอะมอลล์ บางกะปิ จุด B ปากซ.นวมินทร์ 111

สน.ประเวศ จุด A ปากทางเข้าหมู่บ้านสวนสน จุด B ปากซ.อ่อน นุช 82

สน.บางชัน จุด A หน้าบริษัทแมทโก ถ.รามอินทรา จุด B สามแยกมิสทีน

สน.วังทองหลาง จุด A-B หน้าสถานเอกอัครราชทูตกัมพูชา

บก.น.5

สน.ทองหล่อ จุด A แยกเกษมราษฎร์ ถ.รถรางเก่า จุด B ปาก ซ.สุขุมวิท 31



สน.คลองตัน จุด A ปากซ.ปรีดีฯ 14 จุด B ปากซ.ปรีดีฯ 45

สน.พระโขนง จุด A ลีโอแมนชั่น กลางซ.อ่อนนุช 44 จุด B ปากซ.ปุณวิถี 28

สน.บางนา จุด A ก.ม.4.5 ถ.บางนา-ตราด ขาเข้า ช่องคู่ขนาน จุด B ปากซ.แบริ่ง ถ.สุขุมวิท ขาเข้า

สน.ท่าเรือ จุด A ปากซ.คั่วพริก ถ.สุนทรโกษา จุด B ปากซ.8 ถ.สุนทรโกษา

สน.วัดพระยาไกร จุด A ถ.เจริญราษฎร์ ตัดซ.ประดู่ 1 จุด B หน้าปั๊มแก๊ส (ถ.เจริญราษฎร์ ฝั่งขวา)

สน.ทุ่งมหาเมฆ จุด A แยกอาคารสงเคราะห์ จุด B หน้าคลังคาล เท็กซ์ ถ.พระราม 3

สน.บางโพงพาง จุด A แยกสะพานวงแหวนอุตสาหกรรม ถ.พระราม 3 จุด B ปากซ.นราธิวาสฯ 18

สน.ลุมพินี จุด A หน้าอนุบาลจุไรรัตน์ จุด B หน้าการไฟฟ้าเพลินจิต

บก.น.6

สน.สำราญราษฎร์ จุด A หน้าตู้ยามบำรุงเมือง จุด B หน้ากระทรวงมหาดไทย

สน.พลับพลาไชย 2 จุด A หน้าปั๊มแก๊ส ถ.กรุงเกษม จุด B ถ.เจริญ กรุง ตัด ถ.ทรงวาด

สน.ปทุมวัน จุด A หน้าวัดดวงแข จุด B หน้าศูนย์ฮอนด้า (197) แยกปทุมวัน

สน.ยานนาวา จุด A หน้าปั๊มปิโตรนาส ถ.จันทร์ จุด B หน้าวัดแขก

สน.พระราชวัง จุด A ทำเนียบองคมนตรี จุด B ศาลรัฐธรรมนูญ

สน.จักรวรรดิ จุด A หน้าวิทยาลัยเขตบพิตรพิมุขฯ จุด B ร้านเซเว่น แยกวัดตึก ถ.เยาวราช

สน.พลับพลาไชย 1 จุด A ถ.หลวง ตัด ถ.มังกร จุด B ถ.กรุงเกษม ปากซ.ยศเส

สน.บางรัก จุด A หัวมุมนราธิวาสตัดสุรวงศ์ จุด B หน้าไปรษณีย์กลาง

บก.น.7

สน.บางพลัด จุด A หน้าดับเพลิงบางอ้อ จุด B หน้าห้างตั้งฮั่วเส็ง

สน.ธรรมศาลา จุด A ทางขึ้นคู่ขนานลอยฟ้า (ขาเข้า) ถ.พุทธมณฑลสาย 3 จุด B หน้านิ่มซี่เส็ง ถ.พุทธมณฑลสาย 2

สน.ท่าพระ จุด A แยกท่าพระ จุด B หน้าปั๊มปตท.ปากซ.เพชรเกษม 3

สน.บางกอกน้อย จุด A ปากซ.วัดระฆังโฆสิตาราม จุด B ปากซ.อิสรภาพ 41

สน.บางขุนนนท์ จุด A-B ถนนตัดใหม่เลียบทางรถไฟ หลังวัดบางขุนนนท์

สน.ตลิ่งชัน จุด A แยกสะพานกรุงนนท์ จุด B ทางลงถ.บรมราชชนนี เบี่ยงฉิมพลี

สน.ศาลาแดง จุด A ปากซ.อำนวยโชค จุด B แยกสวนแสงธรรม

สน.บางยี่ขัน จุด A ทางลงสะพานพระราม 8 จุด B จุดกลับรถใต้สะพานพระราม 8

สน.บางกอกใหญ่ จุด A ปากซ.ทวีธาภิเษก จุด B ซ.วัดสังข์กระจาย

สน.บางเสาธง จุด A แยกบางเชือกหนังใกล้ซ.วัดมะพร้าวเตี้ย จุด B ถ.บางแวก ตัดถ.กาญจนา

บก.น.8

สน.บุปผาราม จุด A สี่แยกตลาดนกกระจอก จุด B หน้ารร.ศึกษานารี

สน.สำเหร่ จุด A หน้าอาคารไทยวีรวัฒน์ จุด B กลางซ.เจริญนคร 40

สน.ตลาดพลู จุด A หน้าจุดวุฒากาศ จุด B หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ ตลาดพลู

สน.ทุ่งครุ จุด A สามแยกแฟลตกทม. จุด B สามแยกครุใน

สน.บางยี่เรือ จุด A หน้าโรงเรียนจรวยพร จุด B หน้าสน.บางยี่เรือ

สน.บุคคโล จุด A หน้าเปี่ยมรักษ์คอนโดฯ จุด B แยกบุคคโล

สน.สมเด็จเจ้าพระยา จุด A แยกท่าดินแดง จุด B หน้าจุดคลองสาน

สน.บางมด จุด A หน้าสมาคมฮินแหน่น จุด B ซ.พระราม 2 ที่ 3

สน.ราษฎร์บูรณะ จุด A ใต้ด่วนถ.ราษฎร์บูรณะ จุด B ปากซ.พุทธบูชา 39

บก.น.9

สน.ท่าข้าม จุด A ปากซ.แยกที่ 5 ถ.พระยามนธาตุ จุด B หน้าปั๊มเอสโซ่ ถ.บางขุนเทียน-บางบอน

สน.บางบอน จุด A-B หน้าวัดบางบอน ถ.เอกชัย

สน.เทียนทะเล จุด A หน้าจุดรับแจ้งเหตุเทียนทะเล จุด B ปากซ.เพชรทองคำ

สน.หลักสอง จุด A หน้าจุดรับแจ้งเหตุเพชรกาญจนา จุด B หน้าปั๊มปตท. ถ.พุทธมณฑลสาย 2

สน.หนองค้างพลู จุด A หน้าม.เอเชีย จุด B ปากซ.นิคมจัดสรร ถ.เลียบคลองทวีวัฒนา

สน.แสมดำ จุด A หน้าปั๊มปตท. ถ.พระราม 2 จุด B ซ.พรมแดน

สน.บางขุนเทียน จุด A หน้าปั๊มน้ำมันเจ็ท ถ.กัลปพฤกษ์ จุด B หน้าปั๊มปิโตรนาส ถ.เอกชัย

สน.ภาษีเจริญ จุด A หน้าศูนย์บริการรถยนต์เบนซ์ ถ.กัลปพฤกษ์ จุด B หน้าห้างฟิวเจอร์พาร์คบางแค

สน.เพชรเกษม จุด A แยกพัฒนาการ ตัดถ.สุขาภิบาล 1 จุด B ซ.เพชรเกษม 69

สน.หนองแขม จุด A หน้าปั๊มเจ็ท ถ.มาเจริญ จุด B หน้าอนามัย 48 ถ.เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือ


ด้านหน่วยงานด้านความมั่นคง จัดวางกำลังไว้รับมือค่อนข้างเต็มพิกัดเช่นกัน ใช้การตั้งด่าน 160-200 ด่าน ใช้กองกำลังผสม 54 กองร้อย และมีกองหนุนอีกจำนวนหนึ่ง

มีสมช.และกอ.รมน.เป็นแม่ข่ายทั้งหมด

ครึ่งเดือนแรกของเดือนก.พ. จะให้ประจำกำลังพล จัดระเบียบ กำหนดแผนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

แต่เมื่อผ่านวันที่ 15 ก.พ.จะเข้มข้นขึ้น กำลังพลจะเคลื่อนออกจากกรมกองเพื่อประจำตามจุดต่างๆ ที่สามารถปฏิบัติการได้ทันที
เขียนเมื่อ 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา · รายงานบันทึกนี้

วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

เครื่อง "จีที 200" กองทัพบก "ยุคบิ๊กป๊อก" พลเอกอนุพงษ์ เหล่าจินดา ผบ.ทบ. สั่งซื้อกระจาย 466 เครื่อง จาก บริษัท "AVIA SATCOM" อันเป็นบริษัทก๊วนพลเอก




วันที่ 05 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 16:12:58 น.  ประชาชาติธุรกิจออนไลน์



แกะ พิรุธเครื่อง "จีที 200" กองทัพบก "ยุคบิ๊กป๊อก" พลเอกอนุพงษ์ เหล่าจินดา ผบ.ทบ. สั่งซื้อกระจาย 466 เครื่อง จาก บริษัท "AVIA SATCOM" อันเป็นบริษัทก๊วนพลเอก นี่อาจเป็นเหตุที่ บิ๊ก ๆ ต่างออกมาปกป้อง จีที 200 อย่างออกนอกหน้า

 .. ตอนที่แล้ว ประชาชาติธุรกิจ  แกะรอยปมจัดซื้อเครื่องตรวจระเบิด- สารเสพติด จีที 200 และ อัลฟ่า 6 ของหน่วยงานรัฐ   กระทรวงมหาดไทยของ ปู่จิ้น - ชวรัตน์ ชาญวีรกูล สั่งซื้อ 3 ลอตกว่า 500 เครื่อง ราคาไม่เท่ากัน คิดส่วนต่างราคาเป็นเงินถึง 100 ล้านบาท พิรุธเอกชน 2 รายเป็นเครือข่ายเดียวกันของนักการเมืองดัง 
        จากการตรวจสอบ เราพบว่า กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จัดซื้อเครื่องตรวจเจ้าปัญหา "อัลฟา-6"  จากเอกชน 2 รายเครือข่ายเดียวกันคือ  บริษัท ยูจีซี เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด และ บริษัท เปโตรกรุงเทพฯ จำกัด  รวม 542 เครื่อง วงเงินกว่า 380 ล้านบาท
        หน่วยงานทางด้านความมั่นคงอีกแห่งที่ใช้บริการเครื่องตรวจเจ้าปัญหาด้วย เหมือนกันคือกองทัพบก  เพียงแต่มิใช่ "อัลฟ่า 6" หากเป็น "จีที 200" ล้วนๆ
       ล่าสุด  "ประชาชาติธุรกิจ"ตรวจสอบพบว่า กองทัพบกได้สั่งซื้อเครื่องตรวจจับสารเสพติด,อาวุธและวัตถุระเบิด ยี่ห้อ "จีที 200" จากประเทศอังกฤษ อย่างน้อย  8 ครั้ง  รวม 466 เครื่อง เป็นเงินทั้งหมด 419.5 ล้านบาท (เท่าที่ตรวจพบ)
       ครั้งแรกปลายเดือนกรกฎาคม 2550 จำนวน 2 เครื่อง ๆละ 950,000 บาท เป็นเงิน 1,900,000 บาท
       ครั้งที่ 2 วันที่ 18 ส.ค. 2551  จำนวน 2 เครื่อง  ๆ ละ 900,000 บาท  เป็นเงิน  1,800,000 บาท
       ครั้งที่ 3 วันที่ 3 ก.ย. 2551  จำนวน 19 เครื่อง ๆ ละ 900,000 บาท เป็นเงิน  17,100,000 บาท  
       ครั้งที่ 4 วันที่ 16 ก.ย. 2551  จำนวน 18 เครื่อง ๆ ละ 900,000 บาท เป็นเงิน 16,200,000 บาท 
       ครั้งที่ 5 วันที่ 30 ก.ย. 2551 จำนวน  44 เครื่อง ๆ ละ 900,000 บาท  เป็นเงิน  39,600,000 บาท  
       ครั้งที่ 6 วันที่ 27 ก.พ. 2552  จำนวน 222 เครื่อง ๆ ละ 900,000 บาท เป็นเงิน 199,800,000 บาท 
       ครั้งที่ 7 วันที่  8 เม.ย. 2552 จำนวน 129 เครื่อง ๆ ละ 900,000 บาท เป็นเงิน  116,100,000 บาท 
       ครั้งที่ 8 วันที่ 28 เม.ย. 2552 จำนวน 30 เครื่อง ๆ ละ 900,000 บาท เป็นเงิน 27,000,000 บาท  
       ทั้ง 8 ครั้ง เป็นการจัดซื้อผ่านบริษัท เอวิเอ แซทคอม จำกัด เพียงรายเดียว
       บริษัท เอวิเอ แซทคอม จำกัด (AVIA SATCOM CO.,LTD.)  ก่อตั้งเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2535 ทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 1 ล้านบาท ต่อมาเพิ่มทุนอีก 4 ครั้ง ล่าสุดวันที่ 5 มิถุนายน 2552 เพิ่มเป็น 250 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่  174/68-71 หมู่ 9 ถนนวิภาวดี แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพฯ  มีนายสุทธิวัฒน์ วัฒนกิจ ถือหุ้นใหญ่ 2,399,999 หุ้น จากทั้งหมด 2,500,000 หุ้น
       นายสุทธิวัฒน์มีบริษัทที่ทำธุรกิจทางด้านอุปกรณ์สื่อสาร เทคโนโลยี ซอฟแวร์ อีกอย่างน้อย 4 บริษัท ได้แก่  บริษัท ลิบราเวย์ จำกัด , บริษัท แอโรว์เทคนิค เอวิเอชั่น เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด  บริษัท เอวิเอ ซิสเต็ม จำกัด  และ  บริษัท เอวิเอ ซาบ เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเพิ่งก่อตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมา (ให้บริการโครงข่าวสื่อสารและอุปกรณ์ซอฟแวร์)
       หุ้นส่วนธุรกิจของนายสุทธิวัฒน์ คือ พล.อ.อภิชิต กานตรัตน์ อดีตผู้ทรงวุฒิพิเศษกองบัญชาการทหารสูงสุด   เรืออากาศเอก ขจรศักดิ์ วัฒนางกูร  และกลุ่มบริษัท ซาบ จากประเทศสวีเดน (ตัวแทนจัดจำหน่ายเครื่องบนกริฟเฟ่นให้กองทัพอากาศ)  โดย พล.อ.อภิชิตยังเป็นกรรมการ บริษัท เอวิเอ ซาบ เทคโนโลยี จำกัดอีกแห่งหนึ่ง
       บริษัท เอวิเอ แซทคอม จำกัด ทำการค้ากับกองทัพมานาน ตั้งแต่ปี 2542 เคยเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์วิทยุสื่อสารให้ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.)  กองบัญชาการทหารสูงสุด  , กรมสื่อสารทหารอากาศ กองทัพอากาศ , กรมการขนส่งทหารบก กองทัพบก นับสิบรายการ อาทิ
       เครื่องมือสื่อสารเพื่อใช้ราชการกองกำลังเฉพาะกิจ 976 ไทย/อีรัก  วงเงิน 25.1 ล้านบาท  , ชิ้นส่วนซ่อมเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง แบบ 47 วงเงิน  19.3 ล้านบาท , รถวิทยุในระบบควบคุมอากาศยานทางยุทธวิธี  จำนวน  39.2 ล้านบาท , ซ่อมบำรุงเรดาร์แบบเคลื่อนที่แบบgiraffe  34.2 ล้านบาท  , ซื้อระบบโทรศัพท์ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต(VOIP) จำนวน  5.2 ล้านบาท เป็นต้น
      นอกจากขาย "จีที 200" ให้กองทัพบก  เอกชนรายนี้ยังขายเครื่องมือชนิดเดียวกันให้หน่วยงานอื่นอย่างน้อย 2 แห่ง ได้แก่ 
      กรมศุลกากร จำนวน 6 เครื่อง  เมื่อวันที่  19 มิถุยายน 2552  ราคา 2,560,000 บาท  (เครื่องละ 426,666 บาท)  
      และกรมราชองครักษ์  จำนวน 3 ชุด เมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2552  ราคา 3,600,000 บาท (ชุดละ 1,200,000 บาท) 
      กล่าวเฉพาะกองทัพบก เมื่อตกเป็นข่าว ดูเหมือนผู้นำระดับสูงไม่ค่อยมั่นใจกับประสิทธิภาพของเครื่องมือชนิดนี้ เท่าใดนัก ไม่กล้าพูดอย่างเต็มปากเต็มคำ
และไม่มีการเปิดเผยข้อมูลกระบวนการจัดซื้ออย่างตรงไปตรงมา
      ล่าสุด พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา (บิ๊กป๊อก) ผู้บัญชาการทหารบก  ให้สัมภาษณ์ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2553 กรณีการจัดหายุทโธปกรณ์ของกองทัพบก โดยเฉพาะเครื่องตรวจหาสารวัตถุระเบิดจีที 200  และเรือเหาะตรวจการณ์ สำหรับใช้ปฏิบัติภารกิจงานด้านความมั่นคงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า
     "ไม่มีปัญหา ยุทโธปกรณ์ของกองทัพบกทั้งหมด มีแนวทางคือว่าดีไม่ดีอย่างไรก็พิสูจน์  ส่วนจะอ้างว่าการจัดซื้อสุจริตหรือทุจริตนั้น ถือเป็นคนละกรณีกัน ถ้าจะบอกว่าซื้อแล้วมีผลประโยชน์อย่างไร ก็ต้องดำเนินการ เจ้าหน้าที่ทุกส่วนของกองทัพบกพร้อมพิสูจน์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็สืบสวนสอบสวนมา หากทำผิดจริงก็ปลด เราทำทุกอย่างโปร่งใสเพราะเราอยู่ในสังคม ส่วนการใช้งาน GT 200 ในตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็ทำงานตามปกติ" 
      ขณะที่เรืออากาศเอก ขจรศักดิ์ วัฒนางกูร ผู้อำนวยการบริษัท เอวิเอ แซทคอม จำกัด ออกมาเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า เครื่อง จีที 200 ที่บริษัทจำหน่ายให้หน่วยงานราชการทำงานได้ดี และไม่มีปัญหาร้องเรียน
      อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงในเรื่องประสิทธิภาพจะเป็นอย่างไร ?
      อีกไม่นานคงรู้กัน
http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1265350287&grpid=no&catid=04
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
wong
http://climate9.blogspot.com/ climate
http://siddhartha99.blogspot.com/ siddthartha
http://seminarsweet.blogspot.com/  ilaw
http://sunsweet09.blogspot.com/ sunsweet
http://dbd652.blogspot.com/ dbd652
http://www.thaicyberu.go.th/
http://www.youtube.com/greenpeacethailand
http://www.lek-prapai.org/
http://www.youtube.com/marketingoops
http://www.arip.co.th/articles.php?id=407314

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2553

ทำคดี "บิ๊ก" สตง.ให้กระจ่าง พิสูจน์ ป.ป.ช.2 มาตรฐาน?


คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา

วันที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 21:04:51 น.  มติชนออนไลน์

ทำคดี "บิ๊ก" สตง.ให้กระจ่าง พิสูจน์ ป.ป.ช.2 มาตรฐาน?

โดย ประสงค์ วิสุทธิ์

บรรดาคดีที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และพรรคเพื่อไทยข้องใจว่า การทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ใช้ 2 มาตรฐานดึงเรื่องให้ล่าช้านั้น นอกจากเรื่องการถอดถอนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและพวกในหลายข้อหาแล้ว 


ยังมีคดีที่มีการกล่าวหา คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ว่า ทุจริตในหลายเรื่อง


ในคดีคุณหญิงจารุวรรณนั้น แม้กลุ่ม นปช.และพรรคเพื่อไทยไม่ออกมาเคลื่อนไหวกดดัน  คณะกรรมการ ป.ป.ช.ก็ควรเร่งไต่สวนเพราะ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบการใช้เงินและการทุจริตของหน่วยงานรัฐ 


ถ้าผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเองยังถูกกล่าวหา ว่า ทุจริตและไม่ทำความจริงให้กระจ่าง จะมีหน้าไปตรวจสอบและกล่าวหาว่า ผู้อื่นทุจริตได้อย่างไร


ในทางตรงกันข้าม ถ้าผลไต่สวนออกมาว่า ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินไม่มีความผิด(ต้องให้สาธารณชนตรวจสอบผลการไต่สวน ได้ด้วย) จะทำให้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มภาคภูมิ และไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเกี่ยวกับคดีความต่างๆอีก


จากคำชี้แจงของคณะกรรมการ ป.ป.ช.พบว่า ได้ตั้งอนุกรรมการไต่สวนคุณหญิงจารุวรรณกับพวก 2 เรื่อง(มีนายภักดี โพธิศิริ เป็นประธาน)ดังนี้


หนึ่ง กรณีอนุมัติให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตร "ผู้บริหาร/ผู้เชี่ยวชาญยุคใหม่" และผู้ติดตาม เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ประเทศฝรั่งเศส สวิสเซอร์แลนด์และอิตาลี โดยมีการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายโดยมิชอบ


มีการกล่าวหาว่า ในการเดินทางดังกล่าวช่วงพฤศจิกายน 2546  สตง.ได้ขอตั๋วเครื่องบินฟรีไป-กลับจากการบินไทย จำนวน 10 ใบโดยอ้างว่า เพื่อใช้ในการเดินทางไปฝึกอบรม แต่กลับเอาชื่อลูกสาว-น้องสาวของ"บิ๊ก สตง."ไปใส่ในตั๋วฟรี 2 ที่นั่ง และยังเบิกค่าใช้จ่ายในส่วนค่าตั๋วที่ได้ฟรีทั้ง 10 ใบด้วย


สตง. ทำสัญญาจ้างบริษัท คาริสม่า แทรเวล เซอร์วิส เป็นเงิน 3.12 ล้านบาท เป็นผู้ให้บริการนำคณะของ สตง.จำนวน 40 คน ไปดูงานซึ่งในสัญญาระบุว่า ค่าจ้างดังกล่าว รวมตั๋วเครื่องบินไป-กลับโดยสายการบินไทยชั้นนักท่องเที่ยวด้วย


แต่ข้อเท็จจริง มีผู้เดินทางไปกับคณะรวม 42 คนเพิ่มจากที่ระบุไว้ในสัญญาได้แก่ น้องสาวและลูกสาวของ "บิ๊ก สตง." รายดังกล่าว


ตรงนี้มีการกล่าวหาว่า ทั้งๆ ที่ใช้ตั๋วฟรีถึง 10 ใบแต่ไม่มีส่วนลดจาก 3.12 ล้านบาท เพราะเป็นค่าใช้จ่ายในส่วนของลูกสาวและน้องสาว"บิ๊ก สตง."


อย่างไรก็ตามนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส  รองผ้ว่าการตรวจเงินแผ่นชี้แจงว่าไม่มีการอมตั๋วเครื่องบินที่ได้รับมาฟรี แต่อย่างใด แต่เป็นความผิดพลาดในการออกตั๋วของการบินไทยที่นำเอาชื่อของลูกสาวและน้อง สาวไปใส่ในตั๋วที่ฟรีรวมกับเจ้าหน้าที่ของ สตง.อีก 8 คนทั้งที่ ลูกสาวและน้องสาว"บิ๊ก สตง."ได้ชำระเงินค่าตั๋ว 2 ที่นั่งด้วย ทำให้เสียโอกาสไม่ได้รับการสะสมไมล์(ตั๊วกรุ๊ปทัวร์มีสะสมไมล์?)


นายพิศิษฐ์ยืนยันว่า ไม่มีการทุจริตเรื่องนี้โดยดูได้จากการเบิกจ่ายเงินค่าตั๋วเครื่องบินจาก สตง.ว่า  มีการเบิกจ่ายเพียง 30 คน จากผู้เดินทาง 42 คน


เมื่อดูข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้ว คดีนี้ไม่มีความซับซ้อน สามารถตรวจสอบได้จากเอกสารหลักฐาน  เช่น การเบิกจ่ายเงินเงินจาก สตง.ที่จ่ายให้บริษัททัวร์ 3.12 ล้านบาทว่า รวมค่าตั๋ว 40 ใบหรือไม่หรือคิดแค่ 30 ใบ,  ขั้นตอนการออกตั๋วฟรีกับตั๋วซื้อแยกจากกันชัดเจน(ถ้าไม่มีการสั่งให้ส่งชื่อให้จะออกตั๋วฟรีได้อย่างไร)  หลักฐานการจ่ายเงินของลูกสาวและน้องสาว"บิ๊ก สตง."


สอง กรณีการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าที่พักในการจัดอบรมตามโครงการประชุมสัมมนาผู้บริหารที่จังหวัดน่านโดยมิชอบ


มีการกล่าวหาว่า เป็นการจัดสัมมนาบังหน้าเพื่อสามารถเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงได้ เพราะความจริงแล้ววันดังกล่าว สตง.จัดทอดกฐินหลวง แต่การเดินทางไปทอดกฐินหลวงไม่สามารถเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงได้ เลยทำเป็นจัดสัมมนาในวันเดียวกัน แต่ทำเป็นขอยกเลิกในภายหลัง แต่ได้เบิกเบี้ยเลี้ยงเข้ากระเป๋าไปแล้ว


ประเด็นนี้ตรวจสอบได้ง่ายมากว่า มีการจัดกฐินหลวงในวันและสถานที่เดียวกันหรือไม่   มีการเบิกค่าเบี้ยงเลี้ยงอย่างไร น่าจะสามารถสรุปข้อเท็จจริงได้ในไม่กี่วัน


ที่สำคัญ ถ้าผู้บริหาร สตง.บริสุทธิ์ใจควรให้ความร่วมมือกับ ป.ป.ช.ในการไต่สวน แต่เท่าที่ทราบ เมื่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ไปขอข้อมูล กลับมี"เจ๊"บางคนเรียกเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ไปต่อว่า และพูดทำนองว่า มีผู้ร้องเรียน ป.ป.ช.มาที่ สตง.จำนวนมาก แต่ ทาง สตง.เก็บเรื่องไว้ไม่สอบ


การพูดในลักษณะดังกล่าว อาจทำให้เข้าใจได้ว่า เป็นการ "ทวงบุญคุณ" หรือ "ข่มขู่ทางอ้อม"
 




อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศาล รธน.กับการตรวจสอบอำนาจ(ล้นฟ้า) สตง...โดยประสงค์ วิสุทธิ์
อำนาจใหม่ สตง.ขรก.ผวาหนัก..โดย ประสงค์ วิสุทธิ์
ผีซ้ำด้ำพลอย(น้ำลดตอผุด?)ที่ สตง. โดย ประสงค์ วิสุทธิ์
คำชี้แจงจาก สตง.คดีอมตั๋วเครื่องบิน..โดย ประสงค์ วิสุทธิ์
คดี"บิ๊ก สตง."อมตั๋วเครื่องบินพิสูจน์ฝีมือ ป.ป.ช...โดย ประสงค์ วิสุทธิ์
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1264766131&grpid=&catid=02

--
โปรดอ่านบล็อก
http://www.pridiinstitute.com
http://www.nakkhaothai.com
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog

ส.ท.ช.ไม่หยุดนิ่งตามประกบป.ป.ช.คดีคลองด่านใกล้หมดอายุความ.

ส.ท.ช.ไม่หยุดนิ่งตามประกบป.ป.ช.คดีคลองด่านใกล้หมดอายุความ.

 

          ส.ท.ช. เกาะติด ป.ป.ช. อีกรอบ หวังรักษาประโยชน์ให้ประชาชน เร่งรัดคดีคลองด่านมูลค่าเสียหายกว่า 23,000 ล้าน ก่อนคดีจะหมดอายุความในเดือน มิ.ย. นี้ พร้อมตัดข่าวที่ “วิชัย” ให้สัมภาษณ์สื่อ ส่งเตือนความจำ รักษาคำพูด

 

          เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 28 ม.ค. ที่ผ่านมา “นายไชยนิรันดร์ พยอมแย้ม” โฆษกเครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ (ส.ท.ช.) พร้อมด้วยกรรมการจำนวนหนึ่ง ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้เร่งรัดดำเนินดคีกับผู้กระทำผิดในคดีทุจริต “โครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน” จังหวัดสมุทรปราการ หรือคดีคลองด่าน ที่มีมูลค่าความเสียหายกว่า 23,000 ล้านบาท

          นายไชยนิรันดร์ กล่าวภายหลังการยื่นหนังสือเสร็จสิ้นว่า ที่ ส.ท.ช. เข้ามายื่นหนังสือในวันนี้  เพื่อทวงถามขอให้ทาง ป.ป.ช. เร่งรัดในคดีคลองด่าน ที่ ใกล้จะหมดอายุความในเดือน มิ.ย. 53 นี้แล้ว ซึ่ง ส.ท.ช. ทราบว่า คดีนี้เป็นคดีอิทธิพล เนื่องจากมีผู้ใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องหลายท่าน และยังมีอดีตรัฐมนตรีท่านหนึ่งเป็นผู้อนุมัติโครงการ มีการกระทำผิดกฎหมายอย่างโจ่งแจ้งหลายกรณี  อาทิ 1-ความผิดในฐานะเป็นผู้อนุมัติโครงการ  2-ไม่ผ่านการพิจารณาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ 3-เป็นผู้เสนอโครงการไปยัง “นายวิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น เพื่อนำเสนอเข้า ครม.เป็นวาระเพื่อทราบเท่านั้น แต่ไม่ใช่วาระเพื่อพิจารณา  ทั้งๆ ที่ มติ ครม. ระบุชัดว่า  “โครงการการลงทุนที่มีมูลค่าเกิน 20,000 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องนำเข้า ครม. เพื่อเป็นวาระพิจารณาเท่านั้น ไม่ใช่วาระเพื่อทราบ”

          ที่ผ่านมา “เครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ” (ส.ท.ช.) ได้ติดตามการทำงานของ คณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. ที่มี “นายวิชัย วิวิตเสวี” เป็นประธานไต่ส่วนในคดีดังกล่าวมาโดยตลอด ซึ่ง ส.ท.ช. ได้เคยยื่นหนังสือเรื่อง “ขอให้เร่งรัดดำเนินคดีแก่ผู้กระทำความผิดในคดีคลองด่าน” เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2552 ที่ผ่านมา รวมถึงกรณีที่ นายวิชัย วิวิตเสวี ได้ให้สัมภาษณ์กับ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ว่า

“ขณะ นี้ ป.ป.ช. กำลังเร่งดำเนินคดีดังกล่าวอยู่ จะสามารถได้ข้อสรุปก่อนสิ้นเดือน มกราคม 2553 นี้ หรือย่างช้าสุด ระหว่างปลายเดือนมกราคม ถึง ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2553 นี้อย่างแน่นอน เพราะจะต้องมีการไต่สวนพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกหลายปาก ซึ่งจะได้ข้อสรุปในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างแน่นอน ”

โดย คดีโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน เริ่มจากปี 2538 ซึ่งมีอายุความ 15 ปี หมายความว่า คดีดังกล่าว จะหมดอายุความในเดือน มืถุนายน 2553 นี้แล้ว หรือจะเหลือระยะเวลาเพียง 5 เดือนเศษเท่านั้น ส.ท.ช. จึงต้องเร่งรัดเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน “โฆษกเครือข่ายสื่อมวลชนต่อต้านทุจริตแห่งชาติ” กล่าวในที่สุด.

http://www.nakkhaothai.com/talkofthetown.php?newsid=121

--
โปรดอ่านบล็อก
http://www.pridiinstitute.com
http://www.nakkhaothai.com
http://twitter.com/sweetblog
http://twitter.com/oknewsblog
http://twitter.com/okblogger
http://twitter.com/sat191
http://www.pacc.go.th/
http://twitter.com/okblogchan
http://twitter.com/sun1951
http://twitter.com/smeblogger
http://twitter.com/seminarblog
http://twitter.com/sunnewsblog
http://twitter.com/okworldblog
http://twitter.com/ktblogger
http://twitter.com/sundayblog
http://twitter.com/mondayblog
http://twitter.com/tuesdayblog
http://twitter.com/wednesdayblog
http://twitter.com/thursdayblog
http://twitter.com/fridayblog
http://twitter.com/saturdayblog