ใครๆก็แก้กฎหมายได้(คุณก็ด้วย)
Bookmark and Share

วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ศาลฯยกคำร้องรถดับเพลิงฉาวกทม.ควัก 780 ล.

 ศาลฯยกคำร้องรถดับเพลิงฉาวกทม.ควัก 780 ล.

ข่าววันที่ 7 สิงหาคม 2552 แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ

 

               ศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ สั่งยกคำร้อง กทม.ขอระงับจ่ายค่างวดรถดับเพลิงฉาว แก่คู่สัญญาซื้อขายในงวดที่ 6-9 เหตุหลักฐานอ่อน ด้าน “สุขุมพันธุ์” ไม่ยอมแพ้ ตราบคดีไม่สิ้นสุดเดินหน้าสู้ต่อขอให้ศาลระงับจ่ายค่าโง่งวด 7 ชี้ได้บทเรียนต้องรัดกุม ขณะ กทม.ต้องทำหนังสือถึง “กรุงไทย” ให้ระงับตัดบัญชีงวด 10 ส.ค. เพื่อเก็บเป็นหลักฐานประกอบฟ้อง รองผู้ว่าฯแฉ “สไตเออร์” จับมือเจ้าหน้าที่ไทยทุจริต ล็อกสเปกรถดับเพลิง

 

                ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 7 ส.ค.52 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลฯ ได้มีนัดฟังคำสั่งคดี ที่กรุงเทพมหานคร (กทม.)ขอไต่สวนฉุกเฉิน เพื่อคุ้มครองชั่วคราวให้ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ระงับการจ่ายเงินค่างวดตามสัญญาซื้อขายรถ เรือดับเพลิง และอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย มูลค่า 6,687 ล้านบาท ให้กับบริษัทสไตเออร์ เดมเลอร์พุค สเปเชียล ฟาซอยต์ จำกัด ประเทศออสเตรียคู่สัญญาซื้อขายรถเรือดับเพลิง และอุปกรณ์บรรเทาสาธารณภัย โดยฝ่าย กทม. ได้มอบให้ นายนิคม บุญพิทักษ์ ผอ.สำนักป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย เป็นตัวแทนมาฟังคำสั่งศาล                

                ทั้งนี้ศาลฯ ได้มีคำวินิจฉัยว่า การที่โจทก์เป็นผู้ขอให้ธนาคารออกเล็ตเตอร์ออฟเครดิต ดังนั้นโจทก์และธนาคาร ต้องตกอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายและ ประเพณีเกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศ หากธนาคารไม่ชำระเงิน โดยปราศจากเหตุผลเพียงพอ จะเกิดผลเสียต่อความน่าเชื่อถือในวงการการค้าระหว่างประเทศในภาพรวม อีกทั้งพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบในชั้นไต่สวน ยังไม่เพียงพอที่จะให้ศาลฯ มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ให้ธนาคารระงับการจ่ายเงินงวดที่ 6-9 และข้อเท็จจริงที่คณะกรรมป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลยังไม่เป็นที่สิ้นสุด และหากข้อเท็จจริงในที่สุดได้ความว่าจำเลยฉ้อฉล โจทก์สามารถใช้สิทธิ์เรียกร้องเพื่อเรียกเงินค่าสินค้าคืนได้ ดั้งนั้นศาลฯ จึงมีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าว       

                อย่างไรก็ดี ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.ให้สัมภาษณ์ยอมรับในคำตัดสินของศาลฯ แต่ยังยืนกรานว่าหากคดียังไม่สิ้นสุด ตนก็จะไม่ยอมแพ้ สำหรับคำตัดสินดังกล่าวก็จะมีผลให้ กทม.ต้องจ่ายค่างวดที่ 6 ในวันที่ 10 ส.ค.นี้ จำนวน 780 ล้านบาทเศษไปก่อน จากนั้นจะหารือผู้ที่เกี่ยวข้องหาข้อมูลหลักฐานเพิ่ม เพื่อยื่นฟ้องและขอคุ้มครองชั่วคราวให้ธนาคารกรุงไทย ระงับการจ่ายค่างวดในงวดที่ 7 ต่อไป ซึ่งจะต้องดำเนินการอย่างรัดกุมมากขึ้น              

                ขณะที่ นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าวว่าจะทำหนังสือถึงธนาคาร กรุงไทย เพื่อขอระงับการตัดเงินค่างวดรถดับเพลิงงวดที่ 6 เหมือนที่เคยดำเนินการตั้งแต่ครั้งงวดที่ 1-5 ซึ่งจะนำไปใช้เป็นหลักฐานในการยื่นฟ้องครั้งต่อไป                 ด้าน พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ รองผู้ว่าฯ กทม. เผยว่า กทม.ได้ทำหน้าที่ตามคำสั่งของ ป.ป.ช. และดำเนินการโดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นสำคัญ ซึ่งกรณีรถและเรือดับเพลิง มีข้อสรุปคือเจ้าหน้าที่ของ บ.สไตเออร์ฯ มีพฤติการณ์ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของไทย กระทำการวางแผน โดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่ใช้อุบายหลอกลวง หรือกระทำการเป็นเหตุ ให้ผู้อื่นไม่มีโอกาสเข้าเสนอราคา และหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม และร่วมกันทุจริตออกแบบ กำหนดราคา กำหนดเงื่อนไข และกำหนดผลประโยชน์ตอบแทนอันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคา เพื่อช่วยให้ บ.สไตเออร์ฯ ได้สิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐแต่เพียงผู้เดียว                     

                จากสาเหตุดังกล่าวเป็นเหตุให้ ป.ป.ช.สั่งให้ กทม.ดำเนินการขอให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษา ยกเลิกหรือเพิกถอนการอนุมัติ จึงขอให้สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) พิจารณาจัดพนักงานอัยการ ยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งพิพากษา ให้ยกเลิกหรือเพิกถอนใน 3 ประเด็น ซึ่งศาลได้ประทับรับฟ้องใน 2 ประเด็นคือ
1.ขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาซื้อขาย บันทึกข้อตกลงซื้อขาย ตามข้อตกลงความเข้าใจระหว่างรัฐบาลไทย กับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐออสเตรีย และ
2.ขอให้ศาลสั่งให้ บ.สไตเออร์ฯ คืนเงินที่ได้จ่ายไปทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ย 7.5% แก่ กทม. แต่ไม่รับฟ้องในประเด็นสั่งห้ามไม่ให้จำเลยเรียกเก็บเงินงวดที่ 6-9 ประมาณ 2,588 ล้านบาท จากธนาคารกรุงไทย ซึ่ง กทม.จำเป็นต้องจ่ายเงินงวดที่ 6 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้          
http://www.siamrath.co.th/uifont/NewsDetail.aspx?cid=62&nid=43762


--
      Weblink
http://ilaw.or.th
www.patani-conference.net
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.bedo.or.th/default.aspx
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://seminarmon.blogspot.com
http://seminartue.blogspot.com
http://seminarwed.blogspot.com
http://seminarthu.blogspot.com
http://seminarfri.blogspot.com
http://seminar1951.blogspot.com
http://seminardd.com

กมธ.โวยผ่านงบฯพอเพียงอีก 3 พันล้าน เพราะงบฯเดิมปี 2552 ได้รับอนุมัติไปกว่า 20,000 ล้านยังมีปัญหาเรื่องการทุจริตอยู่

วันที่ 07 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 20:02:55 น.  มติชนออนไลน์

กมธ.โวยผ่านงบฯพอเพียงอีก 3 พันล้าน

นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย และคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553 เปิดเผยเมื่อ วันที่ 7 สิงหาคม ว่าในการประชุม กมธ.งบประมาณ ที่รัฐสภา เมื่อค่ำวันที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา นายจตุรงค์ ปัญญาดิลก รองปลัดสำนักนายกรัฐมตรี ได้ของบประมาณเพิ่มเติมเพื่อใช้ในแผนงานโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน 3,000 ล้านบาท อ้างว่า ยังมีชุมชนที่ต้องการอยู่ กมธ.พรรคเพื่อไทยไม่เห็นด้วยเนื่องจากขณะนี้โครงการดังกล่าวยังมีปัญหาเรื่องความโปร่งใส จึงไม่ควรได้รับงบฯเพิ่มเติมในส่วนนี้ ท้ายที่สุดแล้วเมื่อ กมธ.ลงมติออกคะแนนเสียงเพื่อหาข้อสรุป ปรากฏว่า คะแนนของ กมธ.ซีกฝ่ายค้าน และรัฐบาล มีจำนวน 5 เสียงเท่ากัน นายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ทำหน้าที่ประธานอยู่ในขณะนั้น จึงใช้สิทธิประธานผ่านงบฯดังกล่าวไปในที่สุด

 

"เราไม่สบายใจเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะงบฯเดิมปี 2552 ได้รับอนุมัติไปกว่า 20,000 ล้านยังมีปัญหาเรื่องการทุจริตอยู่ แต่สำนักปลัดกลับมาขอเพิ่มเติม รองปลัดชี้แจงว่า ไม่ได้เป็นความต้องการของหน่วยงานราชการ แต่เป็นความต้องการของฝ่ายการเมือง ทำให้ กมธ.พรรคเพื่อไทยขอสงวนคำแปรญัตติในส่วนนี้เพื่ออภิปรายในสภาต่อไป"  นายวรวัจน์กล่าว



-- http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1249650207&grpid=03&catid=00
      Weblink
http://ilaw.or.th
www.patani-conference.net
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.bedo.or.th/default.aspx
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://seminarmon.blogspot.com
http://seminartue.blogspot.com
http://seminarwed.blogspot.com
http://seminarthu.blogspot.com
http://seminarfri.blogspot.com
http://seminar1951.blogspot.com
http://seminardd.com

สำนักโยธา จอมลักไก่ ให้จัดกรรมสิทธิ์ที่ดินเสร็จค่อยของบฯ

สภาเชียร์ ทำ"ทีวีกทม.”

ข่าววันที่ 7 สิงหาคม 2552 แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ

 

                                         สภาเชียร์ ทำ”ทีวีกทม.”

 

**เสนอดัน”ผช.ผอ.เขต”นั่ง”ผอ.เขต”เหมาะสุดรู้งาน-ประสบการณ์อื้อ   ติงสำนักโยธา จอมลักไก่  ให้จัดกรรมสิทธิ์ที่ดินเสร็จค่อยของบฯ

 

    นายวิสูตร  สำเร็จวาณิชย์ ส.ก. เขตลาดกระบัง ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกทม. เพื่อประชุมพิจารณางบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ พ.ศ. 2553 ของ สำนักการศึกษา สำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว สำนักปลัดกทม.  สำนักผังเมือง

    สำหรับการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดสำนักปลัดกทม. ที่ประชุมได้เสนอกทม.ควรจะมีนโยบายผลักดันให้มีสถานีโทรทัศน์ของตัวเองในอนาคต เนื่องจากในปัจจุบันกทม.เป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบและภารกิจในการดูแลประชาชนค่อนข้างมาก  ขณะการแต่งตั้งโยกย้าย เห็นว่าสามารถแต่งตั้งผู้ช่วยผอ.เขตเป็นผอ.เขตได้ เนื่องจากมีประสบการณ์และยังรู้ระบบในสายงานเป็นอย่างดี  อีกทั้งการแต่งตั้งข้าราชการในระดับ 8 และระดับ 7 ในอัตราที่ว่างลง ควรปรับอัตรากำลังให้เหมาะสมและสามารถทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในส่วนสำนักการโยธา คณะกรรมการฯ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ควรมีการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินให้มีความถูกต้องเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเหมือนถนนกรุงเทพกรีฑา-ร่มเกล้า ซึ่งระหว่างการดำเนินงานก่อสร้างเกิดปัญหาการอ้างกรรมสิทธิ์ที่ดิน ทำให้ผู้รับเหมาไม่สามารถดำเนินการต่อได้ ทั้งนี้สำนักการโยธาควรจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แล้วเสร็จก่อนการเสนอของบฯเพื่อไม่ให้ปัญหาภายหลัง อีกทั้งโครงการปรับปรุงถนนไมตรีจิตและคลอง 9 ขณะนี้ยังประสบปัญหากรรมสิทธิ์ที่ดินของโรงเรียนและชุมชนในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้การดำเนินงานล่าช้า

พร้อมทั้งการออกใบพระราชกฤษฎีกาในการเวนคืนที่ดิน ควรระบุระยะทางและขอบข่ายบริเวณให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอ้างกรรมสิทธิ์ระหว่างการดำเนินงานได้ รวมถึงควรประกาศรายชื่อ ผู้ที่ถูกเวนคืนขึ้นทางเว็บไซต์ของสำนักโยธา รวมถึงเงินชดเชยเวนคืนที่ดินซึ่งจะต้องให้ชัดเจนเพื่อให้ประชาชนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้ติดตามความคืบหน้าในการดำเนินงานของกทม.และควรจัดลำดับความสำคัญก่อน-หลังของโครงการ ซึ่งจะสะดวกต่อการบริหารและวางแผนนโยบายในการตั้งงบฯโครงการ อีกทั้งควรศึกษากฎหมายในส่วนของกรรมสิทธิ์การครอบครองที่ดินของเอกชน ซึ่งหากปล่อยที่ดินให้รกร้างเกิน 10 ปี จะสามารถอ้างเป็นที่สาธารณะหรือหากหน่วยงานรัฐมีความจำเป็นในการดำเนินงานในที่ดินดังกล่าว สามารถออกใบพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินได้หรือไม่

 

 

 http://www.siamrath.co.th/uifont/NewsDetail.aspx?cid=62&nid=43758

 

 
  รูปประกอบข่าว


--
      Weblink
http://ilaw.or.th
www.patani-conference.net
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.bedo.or.th/default.aspx
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://seminarmon.blogspot.com
http://seminartue.blogspot.com
http://seminarwed.blogspot.com
http://seminarthu.blogspot.com
http://seminarfri.blogspot.com
http://seminar1951.blogspot.com
http://seminardd.com

วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2552

"ผู้ค้าสนามหลวง 2"ฟ้อง "กทม."11ล.

“ผู้ค้าสนามหลวง 2”ฟ้อง “กทม.”11ล.

ข่าววันที่ 5 สิงหาคม 2552 แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ

          “ผู้ค้าสนามหลวง 2”ฟ้อง “กทม.”11ล.

 

 

** ถูกหลอกลงขันสร้างแผง

** แถมลอยแพทำตลาดตาย

   

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ส.ค.52 ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาฯ นายศักดา มัทวาธิ ประธานชมรมผู้ประกอบการค้าสนามหลวง (ส่วนขยาย) พร้อมผู้ค้า ได้ยื่นฟ้องกทม.,บริษัทไทยเทวราช จำกัด และนายเอธัส  มนต์เสรีนุสรณ์ กก.ผจก.บริษัท อดีตผู้ช่วยเลขาฯนายสมัคร สุนทรเวช ผู้ว่าฯกทม.ในขณะนั้น เป็นจำเลยที่ 1-3 รวม 23 สำนวน เรื่องละเมิดขอให้คืนเงินค่าก่อสร้างแผงค้าและค่าสาธารณูปโภคกว่า 11 ล้านเศษ ซึ่งศาลได้รับคำฟ้องและนัดไกล่เกลี่ยคู่ความทั้ง 2 ฝ่าย วันที่ 5 ต.ค.52 เวลา 09.00 น.

                นายศักดาได้เปิดเผยภายหลังว่า ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อปี 47 เมื่อกทม.และบริษัทไทยเทวราชฯได้โฆษณาให้กลุ่มผู้ค้ามาร่วมลงทุนก่อสร้างทำแผงค้าและระบบสาธารณูปโภค ในพื้นที่ 83 ไร่เศษของตลาดนัดสนามหลวง 2 เขตทวีวัฒนา โดยระบุหากแล้วเสร็จจะให้ทำสัญญาเช่า 10 ปี ทำให้มีผู้ค้าหลงเชื่อร่วมลงทุนรายละ 2-5 แสนบาท ต่อมาบริษัทไทยเทวราชฯได้ให้กทม.รับเช่าช่วงต่อ และให้ทำสัญญาเช่ากับผู้ค้าแบบปีต่อปี แต่เมื่อถึงเวลาเปิดค้าขายจริง กลับไม่มีลูกค้า เพราะกทม.ไม่ได้ประชาสัมพันธ์ตลาดตามที่ระบุไว้ในโฆษณา

    ประธานชมรมผู้ค้าฯกล่าวอีกว่า พวกตนเหมือนถูกลอยแพ แม้จะเคยไปร้องเรียนกับสื่อหลายครั้ง และ กทม.ได้เรียกไปตกลง แต่สุดท้ายก็หายเงียบ และตอนนี้พวกตนยังถูกฟ้องขับไล่จากแผงค้า จึงต้องมาขอความเป็นธรรมจากศาล เพื่อให้ตรวจสอบว่าสัญญาเป็นโมฆะหรือไม่  หากเป็นโมฆะจะขอเงินคืนไปลงทุนอย่างอื่น เพราะผู้ค้าบางคนต้องขายทรัพย์สิน บ้างนำเงินบำเหน็จราชการก้อนสุดท้ายในชีวิตมาลงทุน ทำให้บางคนเครียดหนักถึงขั้นคิดสั้น

    ขณะที่นายมะโน ทองปาน ทนายความกล่าวว่า การยื่นฟ้องครั้งนี้ต้องการให้ศาลวินิจฉัยใน 5 ประเด็นคือ การให้เช่าช่วงจากบริษัทไทยเทวราชฯให้ผู้เช่าที่ดินแปลงเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกฯ และข้อบัญญัติของ กทม.หรือไม่, การเช่าที่ดินได้ดำเนินการตามบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 หรือไม่ 

          การบริหารสัญญาของกทม.เป็นไปตามสัญญาเพื่อไม่ให้หน่วยงานของรัฐต้องเสียหายหรือไม่ เพราะหลังทำสัญญาเช่า กทม.ไม่ได้ดำเนินการ ปล่อยให้บริษัทไทยเทวราช และบริษัทในเครือแสวงหาผลประโยชน์จากพื้นที่เช่ามาตลอด และสุดท้าย การหลงเข้าไปทำสัญญาของผู้ค้าถูกหลอกลวงหรือไม่ เพราะหากไม่เป็นไปตามกฎหมาย การกระทำต่างๆ ย่อมเป็นโมฆะและจะต้องคืนเงินให้แก่ผู้จองแผงค้าทุกคน

http://www.siamrath.co.th/uifont/NewsDetail.aspx?cid=62&nid=43611

--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.parent-youth.net
http://itceoclub.ning.com
http://www.presscouncil.or.th
http://ilaw.or.th
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.logex.kmutt.ac.th
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://icann-ncuc.ning.com
http://www.webmaster.or.th
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://pwdhutch3.blogspot.com
http://energygreenhealth.com

"ภัทรียา"งง!โยกเงินหมื่นล้านเข้าคลัง เผยที่ประชุมไม่เคยถกเรื่องเงิน "กลต."ยกมือหนุนตั้งกองทุน

วันที่ 05 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 21:49:56 น.  มติชนออนไลน์

"ภัทรียา"งง!โยกเงินหมื่นล้านเข้าคลัง เผยที่ประชุมไม่เคยถกเรื่องเงิน "กลต."ยกมือหนุนตั้งกองทุน

"ภัทรียา"ไม่รู้เรื่องโยกเงินหมื่นล้านเข้าคลัง เผยประชุม คกก.พัฒนาตลาดทุนไม่เคยพูดถึง ย้ำจำเป็นต้องมีกองทุนเพื่อพัฒนาระบบ ยันไม่ใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ ด้าน กลต.หนุนตั้งกองทุน ชี้ได้ประโยชน์มากกว่าเข้าคลังก้อนเดียว

นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยถึงกรณีที่นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาตลาดทุนไทย มีนโยบายให้โยกเงินกองทุนของ ตลท.ที่มีอยู่กว่า 1 หมื่นล้านบาท เข้าคลังหลังการแปรรูป แทนการจัดตั้งกองทุนพัฒนาตลาดทุน เพราะมองว่าไม่ได้เป็นการใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพว่า ยังไม่เคยรับทราบนโยบายเรื่องนี้ เพราะในการประชุมคณะกรรมการพัฒนาตลาดทุนไม่ได้มีการพูดถึงวงเงินในการจัดตั้งกองทุน เพียงแต่มอบหมายให้ ตลท.และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ไปคิดรูปแบบการจัดตั้งกองทุน ซึ่งมีการพูดถึงรูปแบบองค์กรมหาชน เพื่อให้มีการตรวจสอบได้ อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งกองทุนพัฒนาตลาดทุนมีความสำคัญ และจำเป็น ในการพัฒนาให้ความรู้กับระบบและนักลงทุน


"ปัจจุบันตลาดมีเงินที่ใช้สำหรับการจัดตั้งกองทุนประมาณ 8 พันล้านบาท ซึ่งส่วนนี้จะใช้เพื่อการพัฒนาตลาดทุนเท่านั้น จะไม่มีการนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์โดยเด็ดขาด ซึ่งหน่วยงานพัฒนานี้จะแยกออกมาต่างหาก และมีแนวคิดว่าจะให้กระทรวงการคลังเข้ามาร่วมเป็นกรรมการกองทุน เพื่อดูแลผลประโยชน์ของตลาดโดยรวม โดยหลังจากนี้คงต้องขอหารือกับทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังก่อน เพื่อรับทราบนโยบาย" นางภัทรียากล่าว


นางภัทรียา กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งให้ ตลท.แยกข้อมูลการซื้อของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ออกจากนักลงทุนสถาบันในประเทศ เพื่อความโปร่งใส และให้นักลงทุนใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจลงทุนว่า ตลท.อยู่ระหว่างการเตรียมการที่จะแยกพอร์ตการลงทุนของโบรกเกอร์ออกมาต่างหากอยู่แล้ว ซึ่งคาดว่าจะเริ่มได้ในเดือนกันยายนนี้ โดยหลังจากนี้จะมีข้อมูลการลงทุนของนักลงทุน 4 ประเภท คือ นักลงทุนรายย่อย นักลงทุนสถาบันในประเทศ และนักลงทุนต่างประเทศ และการลงทุนของโบรกเกอร์ เพื่อให้นักลงทุนไม่สับสนและเข้าใจผิดว่าปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นมาจากนักลงทุนสถาบัน


นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า เรื่องเงินกองทุนของ ตลท.ขึ้นกับนโยบายรัฐบาล หากโยกเงินเข้าคลังทั้งหมด กระทรวงการคลังจะได้ประโยชน์ทันที แต่หากให้ ตลท.จัดตั้งกองทุน ก็จะเกิดการพัฒนาตลาดทุน เกิดกิจกรรมการทางเศรษฐกิจที่มากกว่า

 

วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2552

สตง.เปิดศึก ป.ป.ช.สั่งลุยตรวจ"งบลับ" แบบพิเศษ หลังระดับ "บิ๊ก" ถูกตั้งอนุไต่สวนฯอมตั๋วบินฟรีไปยุโรป

วันที่ 06 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 06:10:08 น.  มติชนออนไลน์

สตง.เปิดศึก ป.ป.ช.สั่งลุยตรวจ"งบลับ" แบบพิเศษ หลังระดับ "บิ๊ก" ถูกตั้งอนุไต่สวนฯอมตั๋วบินฟรีไปยุโรป

ศึกสององค์กรอิสระระเบิด สตง.สั่งลุยตรวจ"งบราชการลับ" สำนักงาน ป.ป.ช.แบบพิเศษ หลังระดับ"บิ๊ก"ถูกตั้งอนุกรรมการไต่สวน พาคณะ 40 คนไปดูงานยุโรป ได้ตั๋วเครื่องบินฟรีจากการบินไทย 10 ใบ แต่นำมาเบิกเป็นค่าใช้จ่าย นำไปให้ลูกสาว-น้องสาวใช้

กรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)มีมติเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2552 แต่งตั้งนายภักดี โพธิศิริ เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนกรณีที่มีการกล่าวหา เจ้าหน้าที่ระดับสูงสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)และพวกว่า ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เนื่องจากมีผู้นำส่งเอกสารหลักฐานระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงรายดังกล่าวนำเจ้าหน้าที่ สตง.จำนวน 40 คนเดินทางไปประเทศฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ อิตาลีในช่วงวันที่ 5-14 พฤศจิกายน 2546 โดยอ้างว่า ไปดูงานและฝึกอบรและได้ตั๋วโดยสารเครื่องบินฟรีไป-กลับจากบริษัทการบินไทย จำกัดมหาชน จำนวน 10 ใบ แต่กลับเบิกค่าใช้จ่ายในส่วนของตั๋วเครื่องบินฟรีดังกล่าวดังกล่าวนั้น


แหล่งข่าวจากคณะ ป.ป.ช.เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมว่า หลังจากที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติดังกล่าว ปรากฏว่า ในการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้อำนวยการสำนักการคลังได้แจ้งให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ทราบอย่างไม่เป็นทางการว่า  มีข่าวว่า ทาง สตง.จะให้มีการตรวจสอบสำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ช.เป็นกรณีพิเศษ นอกเหนือจากการตรวจสอบประจำปีโดยเฉพาะงบราชการลับซึ่งที่ผ่านมา สตง.ไม่เคยมีการตรวจสอบสำนักงานคณะกรรรมการ ป.ป.ช.เป็นกรณีพิเศษเลย


แหล่งข่าวกล่าาวว่า หลังจากได้รับแจ้งเรื่องดังกล่าว กรรมการ ป.ป.ช.บางคนเห็นว่า  ถ้าสตง.เข้าตรวจสอบสำนักงาน ป.ป.ช.แบบพิเศษจริง อาจเป็นการตอบโต้ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติแต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ สตง.

 

อย่างไรก็ตาม กรรมการ ป.ป.ช.ไม่หนักใจอะไรในเรื่องนี้โดยเฉพาะเรื่องงบราชการลับที่มีเพียงปีละ 3 ล้านบาทและอำนาจการใช้งบราชการลับดังกล่าวไม่ใช่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่เป็นของเลขาธิการ ป.ป.ช.ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ในการสืบสวนหาข่าวซึ่งอาจต้องใช้เงินแบบฉุกเฉินและที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาในเรื่องดังกล่าว

 

แหล่งข่าวกล่าวว่า จากพยานหลักฐานเอกสารเบื้องต้นพบว่า สตง.ได้ทำหนังสือถึงการบินไทยเพื่อขอความอนุเคราะห์ตั๋วเครื่องบินในการเดินทางไปดูงานดังกล่าวซึ่งทางการบินไทยให้ตั๋วฟรีชั้นประหยัดจำนวน 10 ใบ แต่ปรากฏว่า มีการนำตั๋วเครื่องบิน 2 ใบไปให้ลูกสาวและน้องสาวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงเดินทางไปด้วย


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1249477755&grpid=00&catid=no
--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.parent-youth.net
http://www.familynetwork.or.th
http://sph.thaissf.org/
http://www.presscouncil.or.th
http://ilaw.or.th
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://icann-ncuc.ning.com
http://dbd-52.hi5.com
http://www.webmaster.or.th
http://www.thailandshowtime.com/2009

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ข้องใจ "ป.ป.ช."สอบทุจริต โรงเรียนอบรมหลักสูตร นอ.

วันที่ 03 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 19:15:38 น.  มติชนออนไลน์

ข้องใจ "ป.ป.ช."สอบทุจริต โรงเรียนอบรมหลักสูตร นอ.

นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งอนุกรรมการขึ้นสอบสวนกรณีที่มีเรื่องร้องเรียนการทุจริตการสอบเข้าอบรมข้าราชการเข้าศึกษาอบรมหลักสูตรนายอำเภอ ประจำปี 2552 ว่า ส่วนตัวไม่ได้กังวลอะไร เพราะบริสุทธิ์ใจอยู่แล้ว ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาเอาข้อมูล กรมการปกครองก็ให้ความร่วมมือตลอด และหากมีหนังสือเรียกไปชี้แจงก็พร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่


ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลหรือไม่ที่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนในช่วงที่มีการแต่งตั้งโยกย้าย นายวงศ์ศักดิ์กล่าวว่า คงไม่มีผลอะไร เพราะเป็นการตั้งสอบของ ป.ป.ช. ไม่ใช่การสอบวินัย มั่นใจถึงแนวทางที่ได้ปฏิบัติมา และการแจ้งเตือนในพื้นที่เมื่อมีข่าวว่าจะมีการตั้งโต๊ะรับเงินเข้าโรงเรียนนายอำเภอ รวมทั้งขอให้รายงานเข้ามายังกระทรวงมหาดไทย แต่ก็ไม่มีรายงานเข้ามา แต่สงสัยอยู่เหมือนกันว่าเหตุใดมีการสอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอไปนานแล้ว จึงเพิ่งมีการร้องเรียนและตั้งกรรมการสอบในช่วงนี้


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่จะมีการแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทย แทนนายวิชัย ศรีขวัญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่จะเกษียณอายุในเดือนกันยายนนี้ มีการวิ่งเต้นของข้าราชการระดับสูง และมีการปล่อยข่าวโจมตีบุคคลที่มีชื่อเป็นแคนดิเดตกันอย่างหนาหู โดยเฉพาะเรื่องการทุจริตโครงการต่างๆ นอกจากนี้ยังมีผู้ว่าราชการในหลายจังหวัด รีบตอบสนองการตั้งโต๊ะรับถอนชื่อถวายฎีกา ขอพระราชทานอภัยโทษให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1249301747&grpid=03&catid=00

--
      Weblink
http://ilaw.or.th
www.patani-conference.net
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.bedo.or.th/default.aspx
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://seminarmon.blogspot.com
http://seminartue.blogspot.com
http://seminarwed.blogspot.com
http://seminarthu.blogspot.com
http://seminarfri.blogspot.com
http://seminar1951.blogspot.com
http://seminardd.com