ใครๆก็แก้กฎหมายได้(คุณก็ด้วย)
Bookmark and Share

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2552

กมธ.ซักงบฯ โครงการพอเพียง ขอใช้สิทธิปรับลดลง 90%

วันที่ 03 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 20:48:45 น.  มติชนออนไลน์

กมธ.ซักงบฯ โครงการพอเพียง ขอใช้สิทธิปรับลดลง 90%

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553 สภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่ประธานการประชุม ที่ประชุมพิจารณางบฯสำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน 23,000 ล้านบาท โดย กมธ.ซีกพรรคเพื่อไทยซักถามแผนงานโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน วงเงิน 3,017,070,000 บาท เป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องร้องเรียนกรณีล็อคสเปคสินค้าให้ชุมชนต้องซื้อเครื่องทำน้ำดื่มทั้งที่ไม่ต้องการ
หลังจาก กมธ.ซักถามรองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนเกี่ยวข้องกับโครงการชุมชนพอเพียงเกือบ 2 ชั่วโมง กมธ.พรรคเพื่อไทยส่วนใหญ่ยังไม่พอใจคำตอบ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. กมธ.พรรคเพื่อไทย ได้ขอเอกสารรายละเอียดการอนุมัติโครงการทั่วประเทศ พร้อมใช้สิทธิขอสงวนคำแปรญัตติและขอปรับลดงบฯ 90%


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1249307334&grpid=03&catid=00
--
      Weblink
http://ilaw.or.th
www.patani-conference.net
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.bedo.or.th/default.aspx
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://seminarmon.blogspot.com
http://seminartue.blogspot.com
http://seminarwed.blogspot.com
http://seminarthu.blogspot.com
http://seminarfri.blogspot.com
http://seminar1951.blogspot.com
http://seminardd.com

กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ ระบุโครงการติดตั้ง CCTV มีปัญหาหลายอย่างจนไม่สามารถติดตั้งได้ทันตามกำหนด

 

 

 

 

 

กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ ระบุโครงการติดตั้ง CCTV  มีปัญหาหลายอย่างจนไม่สามารถติดตั้งได้ทันตามกำหนด

31 ก.ค. 52-             ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร เผย กรรมาธิการพบอุปสรรคหลายอย่างในการติดตั้ง CCTV ในพื้นที่ชายแดนใต้ ทั้งความไม่สงบในพื้นที่ ปัญหา TOR ไม่ชัดเจน และกรรมการตรวจรับไม่เป็นเอกภาพ ย้ำถ้าพบการทุจริตจะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ทันที

                นายเจะอามิง โตะตาหยง ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการพิจารณาความคืบหน้าการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจากการพิจารณาของกรรมาธิการโดยการเชิญผู้แทนบริษัท ดิจิตอล รีเสิร์ช แอนด์ คอนซัลทิ่ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทคู่สัญญากับสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยมาชี้แจงข้อมูล โดยทางบริษัทได้ชี้แจงสาเหตุที่ไม่สามารถดำเนินการติดตั้งกล้องวงจรปิดได้ตามกำหนดเวลาว่าเกิดจากทั้งปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ การจัดสรรพื้นที่ในการติดตั้งระบบ และอุปสรรคในการดำเนินงานที่เกิดจาก TOR ไม่ชัดเจน

                นอกจากนี้ทางบริษัทยังชี้แจงอีกว่าสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยไม่ได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการตรวจรับอย่างเป็นเอกภาพ ซึ่งทางกรรมาธิการได้ขอให้บริษัทส่งรายละเอียดที่เป็นเอกสารทั้งหมดให้กรรมาธิการเพื่อพิจารณาอีกครั้ง ขณะเดียวกันได้ทำหนังสือรายงานถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ตรวจสอบโครงการดังกล่าวหากพบว่ามีการทุจริต กรรมาธิการฯ จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นภาทิพย์  นูโพนทอง  ผู้สื่อข่าว

มันทนา  ศรีเพ็ญประภา  ผู้เรียบเรียง



--
      Weblink
http://ilaw.or.th
www.patani-conference.net
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.bedo.or.th/default.aspx
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://seminarmon.blogspot.com
http://seminartue.blogspot.com
http://seminarwed.blogspot.com
http://seminarthu.blogspot.com
http://seminarfri.blogspot.com
http://seminar1951.blogspot.com
http://seminardd.com

กมธ. กิจการสภาฯ เตรียมศึกษาดูงานอินเดีย และเกาหลี หวังพัฒนาระบบรัฐสภาไทย

 

 

 

กมธ. กิจการสภาฯ เตรียมศึกษาดูงานอินเดีย และเกาหลี หวังพัฒนาระบบรัฐสภาไทย 

3 ส.ค. 52 -              กมธ. กิจการสภาฯ เตรียมเดินทางดูงานด้านรัฐสภาต่างประเทศ หวังนำองค์ความรู้ที่ได้มาบริหารจัดการระบบงานรัฐสภาไทยให้มีประสิทธิภาพ  ขณะที่ กมธ. ความมั่นคงแห่งรัฐ เตรียมลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อติดตามความคืบหน้าการติดตั้งกล้อง CCTV หลังพบ บริษัทฯ ผู้รับเหมา บอกเลิกสัญญาจ้าง ซึ่งขัดต่อระเบียบพัสดุของทางราชการ

คณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร เตรียมเดินทางศึกษาดูงานด้านรัฐสภา ณ สาธารณรัฐอินเดีย ในระหว่างวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. – วันอังคารที่ 1 ก.ย. 52 และสาธารณรัฐเกาหลีใต้ ระหว่างวันศุกร์ที่ 11 – อังคารที่ 15 ก.ย. 52    ทั้งนี้ เพื่อศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการระบบงานรัฐสภา ณ ต่างประเทศ และหวังจะนำองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการระบบงานรัฐสภาของต่างประเทศ มาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดในการบริหารจัดการระบบงานรัฐสภาไทยต่อไป

ขณะที่คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร เตรียมลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อติดตามความคืบหน้าการติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ณ จังหวัดสงขลา ในวันที่ 7 – 8 ส.ค. นี้ หลังพบ บริษัทฯ ผู้รับเหมา บอกเลิกสัญญาจ้าง ซึ่งขัดต่อระเบียบพัสดุของทางราชการ  อย่างไรก็ตาม เพื่อมิให้การติดตั้งกล้อง CCTV ต้องหยุดชะงักลง กรรมาธิการฯ ได้ขอให้สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบทำหนังสือชี้แจงเกี่ยวกับการติดตั้งและตรวจรับ CCTV ในจังหวัดสงขลาโดยด่วน ก่อนที่กรรมาธิการฯ จะลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

 

 

 

 

 

               

 

เรณู  เขมาปัญญา  /  ผู้สื่อข่าว

 เกรียงไกร หอมจันทร์เทศ / เรียบเรียง

 

 

                               



--
      Weblink
http://ilaw.or.th
www.patani-conference.net
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.bedo.or.th/default.aspx
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://seminarmon.blogspot.com
http://seminartue.blogspot.com
http://seminarwed.blogspot.com
http://seminarthu.blogspot.com
http://seminarfri.blogspot.com
http://seminar1951.blogspot.com
http://seminardd.com

บี้ "โยธา-ระบายน้ำ" ผลาญงบฯ

 บี้ “โยธา-ระบายน้ำ” ผลาญงบฯ

ข่าววันที่ 2 สิงหาคม 2552 แหล่งข่าวจาก สยามรัฐ

 

 

** ตั้งโปรเจ็กต์ลม / ถมไม่เต็ม

** คาใจฉีกซองฯเอาของแพง

 

            ก.ก.วิสามัญฯ เฉ่งงบฯ 53 สุดเอือมฝ่ายบริหารไร้วินัยใช้งบฯ ทำภาษีประชาชนสูญเปล่า กาหัวสำนักการโยธา-สำนักการระบายน้ำ ข้องใจศูนย์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบางซื่อ ล้มประมูลเปิดใหม่เพื่อให้ได้ของแพงกว่า จี้ต้องมีคำตอบให้เจ้าของกระเป๋า-ประชาชน

 

            นายประเดิมชัย  บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตห้วยขวางในฐานะคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2553 เปิดเผยว่า กทม.ได้ยื่นร่างข้อบัญญัติฯให้สภากทม.พิจารณางบประมาณ 2553 จำนวน 41,588 ล้านบาท โดยคณะกรรมการวิสามัญฯได้ตั้งข้อสังเกตเหมือนกับการพิจารณางบประมาณของกทม.ครั้งที่ผ่านๆ มา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าข้อเสนอแนะที่สภากทม.ได้ให้ไปนั้น ฝ่ายบริหารกทม.แทบไม่ได้นำไปเป็นแนวทางในการพิจารณาเท่าที่ควร

            ทั้งนี้ การตั้งงบประมาณยังคงตั้งเพื่อเป็นเชื้อโดยขอไม่ถึง 10% ของจำนวนวงเงินทั้งโครงการ โครงการละ 1,000,000 บาท มีมากกว่า 10 โครงการ เป็นการของบประมาณแบบไม่มีแผนงานไม่มีรายละเอียด ทำให้สงสัยได้ว่าขอไปเพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ เพื่อจะไปโยกให้กับโครงการอื่นที่ทำไปแล้วหรือไม่ ลักษณะนี้มองได้ว่าเป็นการกีดกันโครงการอื่นที่อาจมีความสำคัญทำแล้วได้ประโยชน์มากกว่า ทำให้ขาดวินัยทางการเงินการคลัง หน่วยงานไม่มีความรับผิดชอบ ไม่มีความพร้อม

            นายประเดิมชัยกล่าวว่า หลายโครงการที่ได้รับความเห็นชอบจากสภากทม.ก็ดำเนินการไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ เชื่องช้าทำให้กทม.ต้องสูญเสียเงินงบประมาณกว่า 15 โครงการ ส่วนใหญ่จะอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักการโยธา เช่น การก่อสร้างถนนที่ยังไม่มีการลงนามหาผู้รับจ้างโครงการ แต่จะให้เหตุผลว่าเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องดูแลประชาชน สุดท้ายก็ไม่คืบหน้ากลายเป็นดินพอกหางหมู

            “การพิจารณางบประมาณในปี 2553 นี้ยังมีหลายจุดที่ต้องขอความกระจ่างจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับสำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ เช่น โครงการก่อสร้างศูนย์การศึกษาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมบางซื่อ ของสำนักการระบายน้ำ ที่เป็นโครงการเพื่อบรรเทาและแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียในแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองในพื้นที่โครงการ ได้แก่ คลองบางซื่อ คลองเปรมประชากร คลองบางเขน ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตบางซื่อ และบางส่วนของเขตจตุจักร เขตดุสิต ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 20 ตารางกิโลเมตร ขนาดบำบัดน้ำเสีย 120,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน มูลค่าก่อสร้างหลายพันล้านบาท ซึ่งมีการแบ่งการดำเนินการเป็น 3 สัญญา”

            แต่ปรากฏว่ามีการร้องเรียนว่ามีการล็อกสเปกทำให้ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) เข้ามาตรวจสอบความผิดปกติจึงทำให้ยังไม่มีการดำเนินการอะไร 1 สัญญา ส่วนอีก 2 สัญญานั้น มีการประกวดราคาหาผู้รับจ้างไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2550 รวมมูลค่าทั้งสองสัญญา 1,000 กว่าล้านบาท ซึ่งเมื่อเปิดซองประกวดราคาก็มีการเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางหลายร้อยล้านบาท ซึ่งถือว่ากทม.ได้รับประโยชน์ แต่ภายหลังสำนักการระบายน้ำกลับยกเลิกการประกวดราคานั้น และเปิดประกวดราคาใหม่ช่วงเดือนมิถุนายน 2552 ที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมประกวดราคาเสนอราคาต่ำกว่าราคากลาง 10 กว่าล้านเท่านั้น

            “จึงสงสัยว่าเหตุใดไม่เอาผลการประกวดราคาครั้งแรกที่มีการเสนอราคาต่ำกว่าราคากลางหลายร้อยล้านบาท ซึ่งเมื่อสอบถามไปทางสำนักการระบายน้ำ ระหว่างการประชุมสภากทม.ก็ไม่ได้คำตอบที่ชัดเจน คงต้องสอบถามอีกครั้งในการประชุมคณะกรรมการวิสามัญฯ เพื่อไม่ให้เกิดความเคลือบแคลงใจกับโครงการ เพราะประชาชนคนกทม.ต้องมีสิทธิรับรู้ว่าเงินภาษีที่เขาเสียไปนำไปใช้ประโยชน์ด้านใดบ้าง” ส.ก.เขตห้วยขวางกล่าว

 

 
  รูปประกอบข่าว
http://www.siamrath.co.th/uifont/NewsDetail.aspx?cid=62&nid=43350
 


--
      Weblink
http://ilaw.or.th
www.patani-conference.net
http://www.thaihof.org
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://www.thaisara.com
http://www.rmutr.ac.th
http://www.bedo.or.th/default.aspx
http://weblogcamp2009.blogspot.com
http://seminarmon.blogspot.com
http://seminartue.blogspot.com
http://seminarwed.blogspot.com
http://seminarthu.blogspot.com
http://seminarfri.blogspot.com
http://seminar1951.blogspot.com
http://seminardd.com

วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ป.ป.ช.เตรียมยืนยันอัยการส.ส.ฟ้องอาญาคดีรถดับเพลิง 7คนรวด "อภิรักษ์-สมัคร-โภคิน-ประชา"ไม่รอด


แฟ้มภาพ


วันที่ 02 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 19:09:29 น.  มติชนออนไลน์

ป.ป.ช.เตรียมยืนยันอัยการส.ส.ฟ้องอาญาคดีรถดับเพลิง 7คนรวด "อภิรักษ์-สมัคร-โภคิน-ประชา"ไม่รอด

 

นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะประธานคณะทำงานร่วมไต่สวนคดีทุจริตการจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิง มูลค่า 6,687 ล้านบาท ของกรุงเทพมหานครกับบริษัท เดมเลอร์ พุค สเปเชี่ยล ฟาร์ซอย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกรณีที่อัยการสูงสุดเตรียมส่งสำนวนคดีอาญาที่สอบข้อไม่สมบูรณ์ชัดเจนแล้ว กลับมาให้คณะทำงานร่วมยืนยันอีกครั้งว่า จะให้ฟ้องใครและไม่ฟ้องใคร และในความผิดใดบ้าง ว่า เมื่อทางอัยการสูงสุดติดใจ ตนจะนัดประชุมคณะทำงานร่วมทันทีในสัปดาห์หน้า เพื่อยืนยันมติเดิมที่ป.ป.ช.ได้ชี้มูลไปแล้ว เนื่องจากเป็นสิ่งที่เปลี่ยนไมได้ ส่วนจะฟ้องใครบ้างก็ขึ้นอยู่กับความเห็นของอัยการสูงสุด โดยป.ป.ช.จะดำเนินการฟ้องศาลเอง สำหรับผู้ถูกกล่าวหาที่อัยการสูงสุดมีความไม่ส่งฟ้อง เพราะที่ผ่านมาก็เคยมีบางคดีที่อัยการสูงสุดมีความเห็นไม่ส่งฟ้อง ป.ป.ช.ก็ดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลด้วยตัวเอง


ส่วนการพิจารณาคดีทางแพ่งเพื่อขอยกเลิกสัญญานั้น นายวิชา กล่าวว่า เป็นเรื่องที่กทม.กับอัยการจะต้องไปดำเนินการเอง ไม่ได้อยู่ในอำนาจของป.ป.ช.แล้ว โดยก่อนหน้านี้ทางผู้บริหารของกทม.ก็เคยทำหนังสือมาขอคำปรึกษา ซึ่งตนก็ทำหนังสือตอบกลับไปว่า ให้ฟ้องร้องต่อศาลเพื่อขอยกเลิกสัญญา เมื่อถามว่า หากกทม.จ่ายค่างวดรถ-เรือดับเพลิง งวดที่ 6 มูลค่ากว่า 756 ล้านบาทในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ จะถือว่าผู้บริหารกทม.ชุดนี้เป็นผู้ร่วมกระทำผิด ฐานทำให้ราชการเสียหายหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่เกิดขึ้น ดังนั้นจึงตอบไมได้


สำหรับผู้ถูกกล่าหาคดีนี้ที่ป.ป.ช.มีมติให้สั่งฟ้อง มีจำนวน 7 คน
1.นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและอดีตผู้ว่าฯกทม.
2.นายสมัคร สุนทรเวช อดีตผู้ว่าฯ กทม. 
3.นายโภคิน พลกุล อดีต รมว.มหาดไทย
4.นายประชา มาลีนนท์ อดีต รมช.มหาดไทย
5.นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์
6.พล.ต.ต.อธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ  อดีต ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. และ
7.บริษัท สไตเออร์ เดมเลอร์ พุค จำกัด  ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

                                               http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1249205266&grpid=00&catid=01
--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.presscouncil.or.th
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://ilaw.or.th
http://www.pnac-th.org
http://elibrary.nfe.go.th
http://dbd-52.hi5.com
http://www.thaisara.com
http://www.oknation.net/blog/aumpradya
http://www.oknation.net/blog/roungkaw
http://www.oknation.net/blog/pacm/2009
http://www.oknation.net/blog/summer

วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2552

"นางคอราซอน อาคิโน"อดีตปธน.หญิงของฟิลิปปินส์ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบ


นางคอราซอน อาคิโน


วันที่ 01 สิงหาคม พ.ศ. 2552 เวลา 09:09:39 น.  มติชนออนไลน์

"นางคอราซอน อาคิโน"อดีตปธน.หญิงของฟิลิปปินส์ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบ

"อาโรโย่"ชูอดีตปธน.หญิง"อาคิโน"เป็นบุคคลอันทรงคุณค่าของชาติคืนประชาธิปไตยประเทศ หลังล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งมานานกว่าปี ฟิลิปปินส์ประกาศไว้อาลัย10วัน

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานอ้างคำพูดของนายเบนิโญ อาคิโน จูเนียร์ บุตรชายของนางอาคิโน เปิดเผยว่า นางคอราซอน อาคิโน อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบในวัย 76 ปีเมื่อเวลา 03.18 น. หรือเวลา 02.18 น. ตามเวลาในประเทศไทย จากภาวะหัวใจล้มเหลว อันเป็นผลแทรกซ้อนจากโรคมะเร็ง หลังล้มป่วยมานานกว่า 1 ปี แต่ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม


นางอาคิโนเคยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เมื่อปี 2528 หลังจากเป็นผู้นำประชาชนเดินขบวนประท้วงโค่นล้มอำนาจของอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จนทำให้เขาต้องหนีออกนอกประเทศ ซึ่งทำให้นางเป็นที่รู้จักในฐานะ "พลังประชาชน" ครั้งแรกของฟิลิปปินส์

"กลอเรีย"ชู"บุคคลทรงคุณค่าของชาติ"


นายเซอร์เก เรมอนเด โฆษกประจำตัวของประธานาธิบดีกลอเรีย อาโรโย่ ผู้นำฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีอาโรโย่ ยังอยู่ระหว่างการเดินทางเยือนสหรัฐฯ ทราบข่าวการเสียชีวิตของอดีตประธานาธิบดีคอราซอน อาคิโน่ แล้ว และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของอดีตประธานาธิบดีอาคิโน่ ด้วย


ขณะเดียวกันก็ได้ประกาศให้มีการไว้อาลัยให้อดีตประธานาธิบดีอาคิโน่ เป็นเวลา 10 วัน เริ่มจากวันนี้ และกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเลื่อนกำหนดการกลับประเทศที่จากเดิมเป็นวันที่ 5 สิงหาคมให้เร็วขึ้นหรือไม่


ทั้งนี้ นางกลอเรียได้ยกย่องอดีตประธานาธิบดีคอราซอน อาคิโน่ เป็นบุคคลอันทรงคุณค่าของชาติ และนำประชาธิปไตยมาให้ฟิลิปปินส์ด้วยการโค่นล้มอำนาจของอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส

                                         http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1249094458&grpid=01&catid=06
--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.parent-youth.net
http://www.familynetwork.or.th
http://www.tzuchithailand.org
http://www.presscouncil.or.th
http://ilaw.or.th
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://icann-ncuc.ning.com
http://dbd-52.hi5.com
http://www.webmaster.or.th
http://www.thailandshowtime.com/2009

"คอราซอน อาคีโน" ผู้นำประชาธิปไตยมาสู่ฟิลิปปินส์

"คอราซอน อาคีโน" วีรสตรีชุดเหลือง ผู้นำประชาธิปไตยมาสู่ฟิลิปปินส์
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 สิงหาคม 2552 15:19 น.

คอราซอน อาคีโน อดีตประธานาธิบดีแห่งฟิลิปปินส์ เสียชีวิตแล้ว ขณะที่โลกยกย่องโดยเปรียบเธอเหมือน "โจน ออฟ อาร์ก" สมัยใหม่

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ไทม์ยกย่องให้เธอเป็น "สตรีแห่งปี 1986" หลังจากนำมวลชนขับไล่อำนาจเผด็จการของประธานาธิบดีมาร์กอส

ร่วมพิธีศพของเบนีโญ หลังเขาถูกลอบสังหารจากความขัดแย้งทางการเมือง

มวลชนนับล้านร่วมการปฏิวัติ

พบกับเมแม่ชีเทเรซาในกรุงมะนิลา ในปี 1989

สนับสนุนประธานาธิบดีอาร์โรโยในปี 2003

ชาวฟิลิปปินส์ร่วมไว้อาลัย

ชูมือแสดงสัญลักษณ์ตัว "L " แห่งการต่อสู้ ไฟล์ภาพปี 1989

เอเจนซี - คอราซอน อาคีโน อดีตประธานาธิบดีแห่งฟิลิปปินส์ เสียชีวิตแล้วหลังจากต่อสู้กับมะเร็งลำไส้ใหญ่มานาน 16 เดือน ขณะโลกยกย่องผู้นำหญิงเหล็กคนนี้ว่าเป็นผู้นำประชาธิปไตที่แท้จริงมาสู่แดนตากาล็อก หลังจากโค่นล้มอำนาจอดีตเผด็จการมาร์คอส หนึ่งในผู้นำที่คอรัปชั่นมากที่สุดของโลกในศตวรรษที่ 20
       

       ครอบครัวของนางอาคีโนประกาศข่าวการเสียชีวิตของเธอไปแล้วอย่างสงบเมื่อเวลา 3.18 น.วันที่ 1 สิงหาคม 2009 ด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว ซึ่งเป็นอาการแทรกซ้อนอันเนื่องมากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
       
       อาคีโน รู้จักกันดีในหมู่ชาวฟิลิปปินส์นับล้านในชื่อ"คอรี" ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจากปี 1986-1992 แต่เป็นที่จดจำในภาพสตรีผอมบางในชุดสีเหลืองที่นำ "การปฏิวัติของพลังประชาชน" โค่นล้มเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ผู้นำจอมเผด็จการของฟิลิปปินส์
       
       การชุมนุมเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 1986 ซึ่งเหตุการณ์ถึงจุงสูงสุดเมื่อชาวฟิลิปปินส์มากกว่า 1 ล้านคนถือดอกกุหลาบและดอกไม้หยุดขบวนรถถังของมาร์กอส ที่กำลังเข้าไปสลายกลุ่มชุมนุมของอาคีโนที่มีกลุ่มทหารแหกข้อหนุนหลัง กลายเป็นการปฏิวัติดั่งเทพนิยายที่โลกจดจำ
       

       ทั้งนี้ การปฏิวัติของเธอเริ่มขึ้นหลังจากที่เบนิโญ สามี ซึ่งเป็นผู้นำพรรคฝ่ายค้านที่ต่อต้านการคอร์รัปชั่นของมาร์กอสถูกลอบสังหารที่สนามบินในกรุงมะนิลา ขณะกลับจากการลี้ภัยในสหรัฐฯ จุดชนวนการประท้วงของผู้ชุมนุมที่กล่าวหาว่ามาร์กอสอยู่เบื้องหลังการสังหาร
       
       เมื่อมาร์กอสและภรรยา ซึ่งกำลังตื่นตะลึงกับเหตุการณ์พลิกผลันต้องหนีออกจากประเทศไป นับเป็นตัวอย่างของการขบถไปทุกแห่งหน จากแอฟริกาใต้ไปสู่อเมริกาใต้และสู่ปากีสถาน ขณะที่อาควีโนได้รับการยกย่องว่าเป็น "โจนส์ ออฟ อาร์ค"สมัยใหม่
       
       อย่างไรก็ตาม ในช่วงเริ่มต้น เธอลังเลที่จะเป็นผู้นำคนใหม่ แต่เธอสลัดฐานะภรรยาของนักการเมืองที่ชื่อเบนิโญออกไป หลังจากที่สามีถูกลอบสังหารในปี 1983 และนำการประท้วงของผู้ชุมนุมที่กล่าวหาว่า มาร์กอสอยู่เบื้องหลังการสังหาร
       
       มาเรีย คอราซอน เกิดเมื่อวันที่ 25 มกราคม 1933 ในตระกูลคอนฮวงโก ครอบครัวร่ำรวยที่สุดครอบครัวหนึ่งในฟิลิปปินส์ เธอเติบโตขึ้นมาในโลกแห่งการเมืองและความมั่งคั่ง บิดาได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภา 3 สมัย คอโรซอนเรียนที่โรงเรียนกเอกชนในกรุงมะนิลาและจบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย สาขาภาษาฝรั่งเศสจาก คอลเลจ ออฟ เซนต์ วินเซนต์ ในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ในปี 1954 สมรสกับเบนิโญ นักการเมืองผู้มุ่งมั่นที่สุดคนหนึ่งจากครอบครัวนักการเมืองอีกตระกูล บิเนโญก้าวจากตำแน่งผู้ว่าการจังหวัดไปสู่เก้าอี้วุฒิสมาชิก ก่อนจะได้เป็นผู้นำฝ่ายค้าน ทั้งคู่มีบุตรสาว 4 คน บุตรชาย 1 คน
       
       มาร์กอสได้รับเลือกตั้งในปี 1965 และประกาศกฎอัยการศึกในปี 1972 เพื่อขจัดการจำกัดการครองอำนาจต่อไป เขายุบสภาและสั่งจำคุกสามีของอาคีโน พร้อมกับผู้ต่อต้าน นักข่าว และนักเคลื่อนไหวอีกหลายพันคนโดยไม่มีการตั้งข้อกล่าวหา อาคีโนจึงเป็นตัวแทนของสามี เชื่อมั่น และเป็นโฆษกของเขา
       
       ศาลทหารตัดสินประหารชีวิตเบนิโญโดยกล่าวหาว่า เขาพัวพันกับกลุ่มกบฏคอมมิวนิสต์ แต่ด้วยแรงกดดันจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ จิมมี คาร์เตอร์ มาร์กอสอนุญาตให้เบนิโญเดินทางออกนอกประเทศไปในเดือนพฤษภาคม 1980 เพื่อรับการผ่าตัดหัวใจในสหรัฐฯ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นการลี้ภัยนาน 3 ปี พร้อมสามีที่มหาวิยาลัยฮาร์วาร์ดกับเพื่อนผู้ลี้ภัย นักวิชาการ ผู้สื่อข่าว และผู้มาเยือนจากมะนิลา อาคีโนเป็นคนจัดการบ้านผู้เงียบสงบ เลี้ยงลูกทั้ง 5 และเสิร์ฟน้ำชา ห่างไกลจากความยุ่งเหยิงทางการเมืองของฟิลิปปินส์ เธอพรรณาช่วงเวลานี้ว่าเป็นช่วงชีวิตสมรสที่ดีที่สุด
       
       คืนวันอันสงบสุขยุติลงเมื่อสามีของเธอตัดสินใจกลับไปรวมกลุ่มกับฝ่ายค้านอีก ในขณะที่เธอยังคงอยู่ในเมืองบอสตัน เขาบินกลับกรุงมะนิลา ซึ่งเขาถูกยิงขณะที่กำลังก้างลงจากเครื่องบิน
       

       อาคีโนกลับฟิลิปปินส์ใน 3 วันต่อมา จากนั้น 1 สัปดาห์ก็นำขบวนพิธิศพที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของฟิลิปปินส์โดยมีคนมาร่วมพิธีถึงราว 2 ล้านคน
       
       สาธารณชนต่อต้านมาร์กอสมากขึ้นทำให้เขาต้องประกาศจัดการเลือกตั้ง โดยอาร์กบิชอปแห่งมะนิลาขอให้อาควีโนลงชิงชัยในเดือนกุมภาพันธ์ 1986 แต่ตอนแรกอาคโนลังเล
       
       "ฉันรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับการเป็นประธานาธิบดีเหรอ" เธอกล่าว ก่อนการเลือกตั้งงประธานาธิบดีในปี 1986 ซึ่งต้องลงชิงชัยกับมาร์กอส ในการเลือกตั้ง ซึ่งสมัครทั้งสองคนนี้ต่างอ้างชัยชนะ
       
       สภาแห่งชาติประกาศว่ามาร์กอสชนะการเลือกตั้ง แต่นักข่าว นักสังเกตการณ์ และผู้นำศาสนาจักรกล่าวหาว่า เขาโกงการเลือกตั้ง เมื่อเกิดข้อพิพาทในการเลือกตั้ง กองทัพได้ก่อการขบถต่อมาร์กอสและจับเขาอยู่ในค่ายทหาร 3 วันต่อมา ชาวฟิลิปปินส์หลายแสนตอบสนองคำเรียกร้องของศาสนจักรคาทอลิกเพื่อมาร่วมชุมนุมกลางเมืองหน้าค่ายทหารที่มาร์กอสถูกควบคุมตัว เพื่อป้องกันการโจมตีจากกองกำลังของมาร์กอส ในวันที่ 3 นี้ อาคีโนปรากฏตัวเคียงข้างฝูงชนแห่งการขบถ ซึ่งนำโดยรัฐมนตรีกลาโหม แม้จะมีเสียงทัดทานในเรื่องความปลอดภัย
       
       "เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลกที่ประชาชนพลเรือนออกมาเรียกร้องต่อต้านทหาร" เธอประกาศ ขณะที่บรรดาผู้บัญชาการทหารประกาศความภักดีต่อเธอและจับมาร์กอสด้วยข้อหาโกงการเลือกตั้ง
       
       ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ผู้นำสหรัฐฯ ที่เป็นพันธมิตรยาวนานของมาร์กอสขอให้มาร์กอสก้าวลงจากอำนาจ "การยืดอายุของระบอบการเมืองปัจจุบันจากการใช้ความรุนแรงนั้นไร้ประโยชน์"ทำเนียบขาวแถลง ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐฯเสนอพาตัวมาร์กอส ออกจากประเทศ
       
       วันที่ 25 กุมภาพันธ์ มาร์กอสและครอบครัวไปถึงฐานทัพอากาศสหรัฐในกรุงมะนิลา และบินถึงฮาวาย ในวันเดียวกันนี้เองที่อาคีโนเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดี ซึ่งเป็นผู้หญิงคนแรกของฟิลิปปินส์ ปิดฉากการครองอำนาจยาวนาน 20 ปีของมาร์กอส ขณะที่มาร์กอสเสียชีวิตใน 3 ปีต่อมา
       
       การเป็นประธานาธิบดีของอาคีโนประสบความสำเร็จน้อยกว่าการปฏิวัติ กองทัพพยายามก่อรัฐประหารหลายครั้งทำให้การบริหารราชการของเธออ่อนเปลี้ย เธอได้รับการชื่นชมสำหรับความกล้าท้าทาย แต่ดูจะไม่ได้ก้าวถึงจุดสูงสุดในการปกครองประเทศ
       
       กองทัพเข้ามาแทรกแซงตลอดการปกครองของเธอ ขณะภับพิบัติทางธรรมชาติ รวมถึงการระเบิดครั้งใหญ่ของภูเขาไฟปินาตุบูในปี 1991 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างหนัก
       
       ในฐานะคาทอลิกที่เคร่งศาสนา อาคีโนหันมาใช้ศรัทธาในการถือหางเรือเพื่อผ่านช่วงวลาอันยากลำบาก
       
       "ไม่เคยมีสักครั้งที่ฉันจะสงสัยว่าพระเจ้าจะไม่ช่วย... ถ้าหากเวลาจะตาย ก็ตาย" เธอกล่าวเมื่อปืนครกของกลุ่มกบฏยิงถล่มทำเนียบประธานาธิบดีในปี 1987
       
       และก็ไม่เคยสงสัยในเรื่องใจสู้ของเธอ
       
       "ฉันไม่ชนะเสมอไปแต่...แต่ฉันไม่เคยหลีกเลี่ยงการต่อสู้" อาคีโนกล่าวในปี 1992 ก่อนที่จะส่งมอบอำนาจต่อให้ฟิเดล รามอส และเธอก็ได้เห็นการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งที่จำกัดวาระของประธานาธิบดีแค่ 6 ปี
       
       อาคีโนดูบอบบางและอ่อนแอลงในปีต่อๆ มา แต่ยังคงอยู่ในเกมการต่อสู้เมื่อเธอเห็นว่าจำเป็น เธอพาคนครึ่งล้านออกมาตามท้องถนนในช่วงทศวรรษที่ 1990 เมื่อรามอส ผู้สืบอำนาจต่อจากเธอพยายามที่จะอยู่ในอำนาจต่อไปอีก
       
       เธอเกี่ยวข้องกับการประท้วงที่ทำให้การดำรงตำแหน่งประธานษธิบดีของโจเซฟ เอสตราดาสิ้นสุดลงในปี 2001 และยังสนับสนุนการเคลื่อนไหวในปัจจุบันเพื่อพยายามขับไล่ประธานาธิบดีกลอเรีย อาร์โรโย หลังจากพันธมิตรครั้งหนึ่งของเธอผู้นี้ถูกกล่าวหาว่าคอร์รัปชั่นและโกงการเลือกตั้ง
       
       "วันนี้ฟิลิปปินส์สูญเสียมรดกแห่งชาติ เธอช่วยนำประเทศชาติไปสู่วันที่สว่างไสวขึ้น" อาร์โรโยกล่าวเมื่อทราบข่าวการเสียชีวิตของนางอาคีโน
       
       ด้านประธานาธิบดีสหรัฐฯคนปัจจุบัน บารัค โอบามา กล่าวยกย่องว่า "ความอาจหาญของเธอ ความมุ่งมั่น และการเป็นผู้นำที่ทรงคุณธรรมเป็นแรงบันดาลใจให้แก่เราทุกคน และถือเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของชาวฟิลิปปินส์"
       
       ด้านอิเมลดา มาร์กอส คู่ปรปักษ์ทางการเมือง ซึ่งเดินทางกลับมาฟิลิปปินส์หลังจากที่สามีเสียชีวิตระหว่างลี้ภัยกล่าวว่า "ตอนนี้คอรีอยู่กับพระเจ้าแล้ว พวกเราทั้งหมดจงรวมใจเป็นหนึ่งและจงสวดมนต์ให้แก่เธอและชาวฟิลิปปินส์ทั้งหมด"
       
       ก่อนที่จะเสียชีวิต อาควีโนกลับมาญาติดีกับเอสตราดา และอนุญาตให้เขาเข้าเยี่ยมเธอได้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
       
       "เธอเป็นผู้หญิงที่ทั้งเข้มแข็งและงดงาม วันนี้เราได้สูญเสียมารดาของชาติแล้ว" เอสตราดากล่าวในวันที่นางอาคีโนจากไป สิริรวมอายุ 76 ปี
http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9520000087138


--
ขอเชิญอ่าน blog.Thank you so much.
http://www.parent-youth.net
http://www.familynetwork.or.th
http://www.tzuchithailand.org
http://www.presscouncil.or.th
http://ilaw.or.th
http://thainetizen.org
http://www.ictforall.org
http://icann-ncuc.ning.com
http://dbd-52.hi5.com
http://www.webmaster.or.th
http://www.thailandshowtime.com/2009